26 กุมภาพันธ์ 2556

โมโตครอสชิงแชมป์โลก Thai MXGP


ใกล้เข้ามาแล้วสำหรับรายการแข่งขันระดับโลกที่จัดขึ้นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ประเทศไทย "FIM MOTOCROSS WORLD CHAMPIONSHIP OF THAILAND" 8-9-10 มีนาคมนี้ ที่นิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง และได้รับการบรรจุเป็นหนึ่งในรายการสะสมคะแนนชิงแชมป์โลก รายละเอียดต่าง ๆ ตามlink ไปดูกันเอาเองนะคร๊าฟฟฟฟ ที่ http://www.thaimxgp.com/

แต่ก่อนจะไปดูรายการระดับโลกแบบนี้เรามาปูพื้นกันก่อนว่ามีอะไรที่ควรรู้บ้าง จะได้ดูกันได้เข้าใจเกมส์ และได้อรรถรสมากขึ้น
โปรแกรมการแข่งขันจะมี 3 วัน คือ

ศูกร์ที่ 8th March 2013
13:00 Hrs. Honda CRF 250L Practice (ซ้อมอิสระ)
13:40 Hrs. PTT Thailand Open Practice (ซ้อมอิสระ)
16:00 Hrs. HONDA CRF 250L Qualifying Race (แข่งรอบคัดเลือก)
16:30 Hrs. PTT Thailand Open Qualifying Race (แข่งรอบคัดเลือก)



เสาร์ที่ 9th March 2013
09:30 Hrs. MX2 Practice (ซ้อมอิสระ)
10:15 Hrs. MX1 Practice (ซ้อมอิสระ)
11:20 Hrs. Honda CRF 250L Warm-up (วอร์ม-อัพ)
11:45 Hrs. PTT Thailand Open Warm-up (วอร์ม-อัพ)
13:15 Hrs. MX2 Pre-Qualifying Practice (ซ้อมอิสระ)
14:00 Hrs. MX1 Pre-Qualifying Practice (ซ้อมอิสระ)
14:50 Hrs. Honda CRF 250L Race1 (แข่งขันเรซที่ 1)
16:00 Hrs. MX2 Qualifying Race (แข่งรอบคัดเลือก)
16:50 Hrs. MX1 Qualifying Race (แข่งรอบคัดเลือก)
17:50 Hrs. PTT Thailand Open Race1 (แข่งขันเรซที่ 1)


อาทิตย์ที่ 10th March 2013
08:00 Hrs. Honda CRF 250L Warm-up (วอร์ม-อัพ)
08:25 Hrs. PTT Thailand Open Warm-up (วอร์ม-อัพ)
09:00 Hrs. MX2 Warm-up (วอร์ม-อัพ)
09:30 Hrs. MX1 Warm-up (วอร์ม-อัพ)
10:05 Hrs. Honda CRF 250L Race2 (แข่งขันเรซที่ 2)
10:50 Hrs. PTT Thailand Open Race2 (แข่งขันเรซที่ 2)
12:00 Hrs. MX2 Grand Prix Race1 (แข่งขัน กรังซ์ปรีด์ เรซที่ 1)
13:00 Hrs. MX1 Grand Prix Race1 (แข่งขัน กรังซ์ปรีด์ เรซที่ 1)
14:20 Hrs. MX1/2 Last Chance Race (แข่งขัน รอบโอกาสสุดท้าย)
16:00 Hrs. MX1/2 SUPER FINAL (แข่งขัน กรังซ์ปรีด์ รอบชิงชนะเลิศ)

ที่น่าสนใจคือรุ่นการแข่งขัน MX1 และ MX2
MX2 คือ นักแข่งจะใช้รถที่มีความจุซีซี ไม่เกิน 250 ซีซี และอายุไม่เกิน 23 ปี
MX1 คือ นักแข่งจะใช้รถที่มีความจุซีซี ไม่เกิน 450 ซีซี และไม่จำกัดอายุ

และทั้งสองรุ่นก็มีนักแข่งแนวหน้าของไทยที่ได้ Wildcard หรือ บัตรผ่านพิเศษในฐานะเจ้าภาพ เข้าร่วมการคัดเลือกด้วย อ่านดี ๆ นะครับ ได้สิทธ์เข้าร่วมการคัดเลือกแต่ยังไม่ได้กระทบไหล่นักแข่งระดับโลกนะครับ เพราะต้องการการคัดเลือกโดยต้องทำเวลาในในรุ่นของตัวเองให้ได้ไม่เกิน 108% ของ เวลาเฉลี่ยนักแข่ง 10 คนแรกที่ได้เวลาดีที่สุด โอ้ว...แค่รอบคัดเลือกก็หนาวแล้ว...

ยังไงก็ไปเชี่ยร์น้อง ๆ พี่ ๆ คนไทยกันหน่อยนะครับ...ไม่ได้หวังอะไรมาก แค่ทำเวลาผ่านควอลิไฟได้ก็พอแล้ว






20 กุมภาพันธ์ 2556

มาฝึกดริฟแบบโมตาร์ดกันดีกว่า

ย้อนหลังไป 5-6 ปี ได้ดูคลิบyoutube ที่พวกทางฝั่งยุโรปนำรถ วิบาก มาใส่ล้อเรียบ แล้วขี่กันในสนามทางเรียบ หรือบางทีก็ขี่กันในสนามเรียบผสมทางฝุ่น มีเนินให้โดดกันแบบหนุกหนาน...ดูแล้วมันน่าสนุกดี แต่ที่เตะตา ติดใจสุด ๆ คือการเข้าโค้งแคบ ๆ ขอบรถประเภทนี้..โอ้วมันเร้าใจดีแล้ว..มีการสไลน์เข้าโค้ง..แบบว่า..อย่างเท่....หลังจากนั้นจึงตั้งใจว่าจะหารถแนวนี้...มาหัดขี่แบบนี้บ้าง

โอ้ว...เหมือนฟ้ามาโปรด..ประมาณปลายปี 2551 ถ้าจำไม่ผิด ทางkawasaki ได้เข็นเจ้า Dtracker 250 ออกมาขาย ตอนนั้นก็ถือเป็นตัวเลือกเดียว(ที่มีศูนย์และมีทะเบียน) ในตลาดที่ทำรถแนวนี้มาขายในประบ้านเรา ราคาก็ออกมาแรก ๆ ยังไม่ชิดก็เลยรู้สึกแพงไปนิด เพราะดันไปเที่ยบกับพวกรถอินวอยไม่มีทะเบียน ..แต่หลังจากศึกษาข้อมูลอยู่พักใหญ่ก็เลย...โดน..มาหนึ่งคัน พร้อมความหวังลึก ๆ ว่าอยากจะขี่สไลน์ แบบในyoutube แบบขำๆ กะเค้าบ้าง .....ว่าแต่จะไปฝึกที่ไหน หรือจะไปให้ใครสอน.....???

สำหรับคนนอกวงการรถแข่งอย่างเรา ๆ ยากมาที่จะหาคนมาแนะนำ คงต้องหัดเอง โดยหาข้อมูลจาก internet นี่ไหน ...ว่าแล้ว...ก็ เซิด ๆ  ๆ จะได้ข้อมูลหลักการมาคร่าว ๆ จากเวปต่างประเทศ และได้ไปเจอ คลิปแนะนำการ dift แบบโมตาร์ดอยู่คลิปนึง ชื่อ Driften mit dem Motorrad โดยอีตา Bernd Hiemer 
เจ้าของ Supermoto World Champion 2006 และกลับมาได้แชมป์อีกในปี 2008





จึงพอจับใจความได้คร่าว ๆ แต่ก็ยังมีบางอย่างคาใจอยู่นิดหน่อย...จะถามใครดีอ่าาาา

วันนึงเมื่อปีประมาณปลาย ๆ ปี 54 ม้างถ้าจำไม่ผิดนะ ทาง kawasaki ได้เปิด อบรม เทคนิคการขี่แบบ เอนดูโร่ ที่สนามบ่อดินหนองจอก แล้วได้ไปเข้าร่วมกิจกรรมครั้งแรกกับทางคาวา ได้ไปเจอพี่(พวกอาเฮียเค้าให้เรียกพี่..แต่ผมเรียกอาจารย์อย่างไม่เขิลเลย) ๆ หลาย ๆ ท่าน ได้ทำการแนะนำการขับขี่ที่ถูกต้อง มาทราบว่าเป็นกลุ่ม siam enduro ซึ่งผมก็ได้ใช้คำแนะนำดังกล่าวมาปรับปรุงการขับขี่ของตัวเอง..แล้วเกิดมาก็เพิ่งรู้นี่แหละว่า..ที่ขี่ ๆ มอไซด์มาตั้งประถมนี่...ผิดตลอด...ตอนแรกก็คิดว่าขี่แบบไหนก็ไปได้เหมือนกัน...ก็ถูกครับ..แต่ผมลองปรับท่าทาง ความคิด และลองขี่แบบถูกต้องตามพื้นฐานแล้ว รู้สึกได้เลยว่าสามามารถควบคุมรถได้ดีขึ้ ง่ายขึ้น อย่างชัดเจน...ก็กว่าจะได้ช่วงแรก ๆ ก็เล่นเอาเครียดเลย.....

นอกเรืื่องไปไกลเลย มาต่อเรื่องดริฟกันดีกว่า หลังจากงานคาวาที่บ่อดินครั้งนั้นก็ได้รู้จักกับ น้าบังฮีม ซึ่งเป็นนักแข่งทั้ง Motocross มาก่อน และที่สำคัญ แกเคยแข่ง SuperMoto อีกด้วย...เวลาผ่านไป กิจกรรมkawasaki ได้มีเรือย ๆ ทั้งปี ครั้งนึงที่สนาม Red Bull สมุทรปราการ ได้มีโอกาสคุยก็น้าฮีม แล้วถ้าเกี่ยวกับการดริฟแบบMotard ว่า มีหลักการยังไง..เพราะดูคลิปก็ยัง งงงง อยู่นิดหนอ่ย



ก็ได้รับการแนะนำอย่างถูกจุด และแก้ข้อข้องใจผมได้ทุกอย่างที่สงสัยเลย....จึ่งขออนุญาติสรุปประเด็นสำคัญของการ drift แบบ Motard ให้ผู้สนใจได้นำไปเป็นแนวทางการฝึกกัน




จากคลิปของอีตา Bernd Hiemer สรุปใจความได้ว่า

The most important thing is that the back wheel keeps spinning and never locks.
ทำไงก็ได้อย่าให้ล้อหลังล๊อกนะคร๊าฟฟฟ..เด่วงานงอก

Use the front brake first, then lift the clutch a bit and keep it in this position. then carefully use the rear brake
เบรกหน้าก่อนนิดหน่อย รักษาระดับการทรงตัวแล้วก็ ค่อย ๆ ใช้เบรกหลังนะคร๊าฟฟฟฟ

if you brake to hard the rear wheel locks and eventually breaks out and the motorbike becomes very unstable.
ถ้าเบรกหลังหนักไป ล้อก็จะล้อก..ก็ให้ยกเบรคนะครับ เพราะมันจะคุมรถยาก

if you are able to drift properly, you simply look much coaler than you mates.
ถ้าทำได้แบบเป็นธรรมชาติ ก็รับรองว่า...เท่..สุด ๆ  5555

ดูอีตา Hiemer อธิบายแล้วก็ยังงงงง นิดหน่อย มาฟังของน้าบังฮีมของเราดูบ้าง สรุปสั้น ๆ ได้ว่า
ก่อนเข้าโค้ง เลือกเกียร์ที่ถูกต้อง - หมายถึงเกียร์ที่เราคิดว่าจะใช้ออกโค้งนั่นแหละ มีหลาย ๆ ท่านเข้าใจผิดเพราะเห็นในคลิปว่าต้องลง 2 เกียร์ แต่ในความเป็นจริงจะลงกี่เกียร์ หรือไม่ลงเกียร์เลยก็ได้ แต่ต้องเลือกเกียร์ที่คิดว่าจะใช้ออกโค้ง

ใช้เบรกหลัง แต่อย่ากดหนักจะล้อล๊อกตาย-ก็ตามนี้..อย่าให้ล้อล็อก จริง ๆ ได้รับการขยายความจากน้าฮีมว่า ความหมายคือการกดเบรคหลังให้ล้อหลังหมุนช้ากว่าความเร็วของรถในขณะนั้น ซึ่งจะทำให้เกิดเสียงเหมือนเบรกล้อตาย จึงทำให้หลาย ๆ คนเข้าใจผิด เพราะล้อล็อกตายมันคุมรถได้ยากนะคร๊าฟฟฟ

สุดท้ายของผมเอง..แต่ไม่ได้คิดเองนะครับ...ประมวลมาจากเวปไซด์ต่าง ๆ ได้หลักการมาว่า การขี่แบบโมตาร์ด จริง ๆ แล้วมันคือการเอาเทคนิกของการขี่แบบโมโตครอส และเอนดูโร นั่นแหละ แต่นำมาขี่บนทางลาดยาง ซึงก็อาจใช้เทคนิดของทางเรียบในการเข้าโค้งกว้าง ๆ  แต่โค้งแคบก็ต้องเข้าแบบวิบาก ซึ่งการเบรถลึก ๆและเบรกหนักจนล้อเกือบล๊อก เป็นเทคนิกที่พวก Motocrosser ใช้กันอยู่แล้ว ซึ่งไม่ยากเลยที่Motocrosser จะขี่ดริฟmotard ได้ดูเป็นธรรมชาติ...

ยังมีอีกหลายอย่างที่ไม่สามารถอธิบายได้เท่าการไปลองฝึกดู...แต่สำหรับผมแล้วก็เริ่มที่ฝึกพื้นฐานแบบenduro+motocross ก่อน พอเริ่มชินกับการคุมรถขณะสไลด์บนพื้นดินแล้ว..ก็ไม่ยากเลยที่จะสไลด์บนทางลาดยาง เพี่ยงแต่ในความเร็วเท่ากัน ทางราดยางไปสไลน์ไปได้น้อยกว่า..จึงอาจต้องใช้ความเร็วมากกว่า ทำให้แอบกลัวเล็ก ๆ แต่มันก็คุมง่ายกว่าเช่นกัน...ดังนั้นถ้าใครจะฝึกก็ใส่อุปกรณ์ป้องกันกันเยอะ ๆ นะครับ.. ^&^

ขอบคุณ youtube, รูปจาก internet




หลอก O2 (โอทูเซนต์เซอร์) ระบบ 4 เส้น ของ Dtracker250 / KLX250

 รูปคัดลอกมาจาก  ขอบคุณต้นทางด้วยนะครับ  https://www.facebook.com/groups/KawasakiThailand/posts/1625219057543556/ เนื่องจากค้นหายากเหลือเกิน...