แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ dtracker250tubeless แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ dtracker250tubeless แสดงบทความทั้งหมด

02 กรกฎาคม 2556

เอาล้อเดิม dtracker 250 มาทำ tubeless

เวลาจับเจ้า dtracker250 คันเก่งไป ออกทริป ขี่ใช้งาน เบื่อกับการต้องพกยางในสำรอง....แต่พอพกยางใน ก็มักจะไม่รั่ว...วันไหนไม่ได้พกเท่านั้นแหละ..รั่วทุกที แล้วหายางในตามร้านทั่วไปค่อยข้างจะยาก ก็เลยนึกอิจฉาพวกล้อจุบเลส(Tubeless) หรือล้อไม่มียางในที่ง่ายต่อการปะยางมาก ๆ คือ แค่แทงตัวหนอน ซั่งจะพกไปเองอุปกรณ์ก็น้อย เล็ก เบา แถมถ้าไม่พอ..ก็มีปะทั่วไปตามร้านรถยนต์ ใช้เวลาไม่เกิน 5 นาทีในการแทงหนอนปะยาง ไม่ต้องถอดล้อ ไม่ต้องงัดยาง...อยากได้tubeless กะเค้าบ้าง จะทำไงดี

ทีแรกหาข้อมูลก่อนเลยว่ามีแม็กตรงรุ่นแบบไม่ต้องแปลงบ้างมั้ย...คำตอนคือ..เงินถึงมั๊ยล่ะ...ที่เจอมาเป็นแม็กนอก อลุมิเนียมอัดขึ้นรูป หรือ แม็กforged นั่นเอง..แน่นอนว่า มันต้องเบาและแข็งแรงกว่าแม็กปกติ แต่..ราคาก็สุดจะรับได้ บ้านเราขายกันอยู่ที่ ราว 8x,xxx จะบ้าตาย เกือบแสน ในขณะที่รถราคาแค่แสนกว่า ...ซื้อไม่ลง นี่ถ้าราคาซัก2-3 หมื่นก็จัดไปแล้ว.....

เมื่อแม็กตรงรุ่นไม่ใช่คำตอบ ก็มองหาแม็กแปลง..เห็นที่แปลงแล้วใกล้เคียงมากคือ แม็กของcbr250 ตัว4สูบ จริง ๆ แล้วถ้าจะแปลงก็แปลงได้หมด แต่ผมมองถึงอนาคตเรื่องโซ่สเตอร์ว่าต้องใสของเดิมได้เลย นั่นแหละ บังเอิญว่า แม็กเจ้าcbr250 ตัว 4สูบ รูใส่สเตอร์ตรงกับเจ้าสเตอร์เดิมของดีแทร็กเกอร์แป๊ะเลย...แต่ปัญหาอีกนั่นแหละ..ถ้ายกเจ้าแม็กชุดนี้มา เรือนวัดความเร็วก็ใช้ไม่ได้อีก..เพราะกระปุกไมล์มันใส่กันไม่ได้..เห้อ....เรื่องมากจริงเรา...

แผนต่อไป....หาขอบซี่ลวดนีแหละ..แต่เป็นขอบซี่ลวดtubeless ซึ่งเจอเหมือนกัน..ราคา 2 ล้อรวมส่งอยู่ที่ราว 3x,xxx กว่า...แล้วต้องมาหาดุมอีก แล้วจะเชื่อฝีมือช่างได้มั้ย แล้วซี่ลวดเดิมหรือของศูนย์จะใช้ได้มั๊ย..เบ็ดเสร็จถ้าซื้อใหม่ทั้งชุด ซึ่งผมไม่รื้อล้อเดิมแน่นอน..เสียของ คงราว 4กว่าแน่เลย...สรุปวิธีนี้ก็ไม่ผ่าน

หาข้อมูลต่อไป...ก็เจอคำตอบ ในinternet มามากมายหลายวิธีที่สามารถทำล้อเดิมให้เป็นtubeless ได้ อานเวป อ่านรีวิวเยอะมาก ว่าจะมีข้อจำกันอะไรบ้าง หลักการเป็นยังไง แล้วล้อแบบไหนทำได้ แบบไหนทำไม่ได้

มาดูขอบล้อกันดีกว่า


อันนี้ล้อแบบจุ๊บเลส หรือ Tubeless หรือ ล้อแบบไม่ต้องใช้ยางใน



อันนี้ล้อแบบต้องใช้ยางใน หรือ tubetype

ถ้าไม่นับตรงรูขอบล้อที่ใช้สำหรับร้อยซี่ลวด จะเห็นข้อแตกต่างระหว่างขอบล้อทั้ง 2 ชนิดนี้คือ ตรงบ่ารับยาง สั่งเกตุได้ว่า ล้อแบบtubeless ตรงบ่ารับยางจะมีเส้นนูน(safety bead) ไว้สำหรับล็อคยางนอกไม่ให้ตกขอบ(เพราะมันไม่มียางในไง) และขอบแบบtubetype หรือขอบแบบมียางใน ตรงบ่ารับยางจะไม่มีเส้นนูนsafety bead เพราะไม่มีความจำเป็น เนื่องจากจะมียางในเป็นตัวดันให้ยางขึ้นขอบอยู่แล้ว

แต่ ๆ ๆ ๆ ๆ


แต่ก็มีขอบล้อ(rims) บางประเภท ที่ถึงแม้ว่าจะเป็นของล้อแบบTubetype หรือขอบแบบใช้ยางใน แต่ก็มีเส็นล็อกยางมาให้ด้วย จากรูป เป็นล้อซี่ลวดที่ใช้ซี่ลวดสำหรับปิดรูรั่วของลมเพื่อทำtubeless เรียบร้อยแล้ว..........

แล้ว ล้อ excel ของเจ้า Dtracker คันเก่งของเรา เป็นแบบไหนกัน .....หลายคนที่บ้านเรารู้คิดว่าที่ดีที่สุดเป็น DID แต่จริง ๆ แล้ว คู่แข่งในวงการล้อซี่ลวดญี่ปุ่นก็มีอยู่ 2 ยี่ห้อ คือ DID กัน EXCEl นี่แหละ (ถ้าเป็นหมวกกันน๊อกก็เหมือน Arai กัน Shoei นั่นแหละ) สำหรับเจ้า dtracker ของเรา ติดล้อ excel มาให้เลย ของดีนะ..เห็นบางคนถอดออกเอาล้อขอบอย่างอื่นมาใส่..เสียดายเป็นบ้าเลย...นอกเรื่องอีกแระ..ไปดูกันเลยว่่าล้อ excel ของเราเป็นแบบไหน...


นี่ไง...เป็นล้อมีบ่าและเส้นล็อกยางนอกมาให้ด้วย...ตรงบ่ารับยยางก็เนียนเรียบไม่มีรอยพับ และเป็นอลูมิเนียเกรดหนามาก..ประมาณ 5 มิลลิเมตรได้...ทนแน่นอน...เห็นอย่างนี้แล้ว...คงรู้แล้วนะว่าผมคิดอะไรอยู่.....แน่นอนว่าเมื่อล้อเราพร้อม..เราก็จับมันมาทำจู๊บเลสซะเลย

หลังจากอ่านreview มามากมาย และก็มีหลายวิธีที่จำเอาขอบมาทำtubeless ผมเลือกวิธีทีง่ายที่สุด และวิธีที่หาอุปกรณ์ในบ้านเราไม่ต้องสั่งซื้อ แถมงบประมาณค่าอุปกรณ์ในการทำน้อยมาก

ปัญหา...
1.ต้องอุดรอยรั่วตามรูซี่ลวด
2.หาจู๊บยางtubeless ที่ใส่กะล้อเราได้
3.เวลาล้อเกิดการกระแทกเวลาใช้งานจะมีการยึดหยุ่นเล็กน้อยตามธรรมชาติของล้อซี่ลวด ก็ต้องหาอะไรมารัดมันซะ

สมมุติฐาน
1.อะไรก็ได้ที่กันน้ำ รับแรงดันได้เยอะ..ผมเลือก..ซิลิโคนตู้ปลา...สังเกตุตู้ปลาใหญ่ใหญ่ เจ้านี่เอาอยู่ และแน่นอนว่า กันน้ำด้วย ดังนั้นแค่รับแรงดันลม 30-40 psi จนถึงเวลาร้อนและล้อกระแทก ก็ไม่น่าเกิน 100 psi แน่นอน...ซึ่งแรงระดับนี้ รับได้แบบสบาย ๆ

2.จู๊ปทั่วไปตามร้านอะไหล่มอร์ไซด์เลย...อ้อ..จู๊บยางแบบของรถยนต์ใส่ไม่ได้นะจ๊ะ เพราะมันใหญ่เกินไป

3.ใช้สติกเกอร์ หรือtape ยี่ห้อดี ๆ หน่อย เหนื้อหนาหน่อยน่าจะพอ

4.ยางรัดขอบล้อที่ติดมากระล้อ ก็ใส่เข้าไปด้วย จะได้ช่วยอีกแรง

มาดูวิธีทำกันเลย


อันดับแรกคงไม่ต้องบอก ถอดล้อ ถอดยางออก แล้วก็ล้างให้สะอาด จะด้วยน้ำยาล้างจาน หรือผงซักฟอกก็ตามสบายเลย อ้อ...แล้วคงไม่ต้องถามนะครับว่า..เอายางออกยังไง..อันนี้แล้วแต่ความสะดวกเลย ว่าจะถอดไปให้ร้านยางเอาออกให้ หรือ จะไปให้ร้านสนิทแถวบ้านงัดให้...ส่วนผมนะเหรอ...ถอดเอง..งัดยางเอง..ทำเอง 100 เปอร์เซนต์



ล้างเสร็จแระ...เป็นไงหล้าาาา เนียนกริ๊ปเลย...เวลาล้างล้อ...เน้นล้างคราบมันต่าง ๆ ออกให้หมดนะครับ เพื่อกาวซิลิโคนของเราจะได้ยึดกับล้อได้ดีขึ้น



นี่ไง จู๊บยางแบบ tubeless ด้านซ้ายเป็นแบบยางที่รถยนต์ทั่วไปใช้ ด้านขวาเป็นจุ๊ปตามร้านอะไหล่มอร์ไซด์ทั่วไป.....อ้อ อย่าคิดว่าผมใจดีนะ ที่ซื้อมาให้ดูเป็นตัวอย่างทั้ง 2 แบบ เพราะความจริงคืออันซ้ายซื้อมาแล้วใช้ไม่ได้ อันใหญ่เกิน เลยต้องไปซื้อใหม่ สำหรับใครที่จะทำก็อย่าซื้อผิดเน้อ..เปลืองตั้งปล่าว ๆ





พอล้อที่เราล้างไว้แห้งแล้ว..ก็เอาจู๊บมาใส่ไว้ก่อนเลย




นี่ไง..พระเอกของเรา ซิลิโคนตู้ปลา ยี่ห้ออะไรก็ได้ครับ..ราคา แถว ๆ 100-200 ต่อ1 หลอด....รับรองหลอดเดียวเหลือพอเลย...



เอาซิลิโคนมาอุดตรงรูซี่ลวดเลยครับ ป้ายให้เต็มนะครับ..อย่าให้มีรู หรือช่องว่าง

จากนั้นเราก็เอาสติกเกอร์เกร็ดดี ๆ เหนี่ยว ๆ หนา ๆ มาตัดให้พอดีกับขอบล้อของเรา หรือถ้าใครได้มาเป็นม้วนก็..ไม่ต้องตัด...ถ้าขนาดพอดีก็แปะได้เลย...กรณีตัดเอง...จะประกอบไปด้วย 3 ส่วน


  1 สติกเกอร์แปะตรงกลางขอบล้อ ตัดให้พอดีนะครับ ขนาดเท่าไหร่ก็วัดกันเอาเลยครับ



2 ชิ้นสำหรับรอยต่อ กว้างท่าชิ้นแรก แต่สั้นกว่า เอาวไว้เสริมความแข็งแรงตรงรอยต่อ ระหว่างสติกเกอร์ เพราะ ความความของสติกเกอร์ที่เราตัดเอง..มันจะไม่พอครับ จึงต้องมีรอยต่อ ส่วนใครหาแบบม้วนได้ ก็ไม่ต้องใช้ เพราะมันไม่มีรอยต่อ


3.ส่วนเสริมตรงจุ๊ป ชิันนี้ ตัดไว้ 2 ชิ้น พร้อมเจาะรูหลบจู๊บไว้ด้วย ขนาดประมาณ เหรียญบาทนี่แหละ ทาบ เอาปากกาวาด แล้วตัดได้เลย


 แปะชิ้นแรกที่เราเจาะรู้ไว้ เป็นชิ้นแรก


จากนั้นก็แปะชิ้นยาวให้รอบ



เมื่อครบรอบแล้วก็เอาชิ้นที่จะรูไว้ ปิดทับอีกรอบ
อ้อ..กรณีมีรอยต่อ อย่างลืมเอาชิ้นที่เราตัวไว้ในตอนแรกแปะทับตรงรอยต่อด้วยนะครับ




เสร็จแล้ว....แต่ ยังไม่จบนะครับ..มีอีกขั้นตอนเล็ก ๆ ขั้นตอนนึง



เราจะมียางกันขอบล้อที่ติดมากับล้อ ซึ่งรูจะเล็ก ก็ัจัดการตัดซะให้เท่าเหรียญบาท จากนั้นก็ใส่ทับสติ๊กเกอร์ที่เราติดไว้อีกชั้นนึง .....อ้อ..อีกนิด..ยางชิ้นนี้ไหน ๆ ก็ถอดออกมาแล้วถ้าไม่ใช่รถใหม่..ก็ควรเปลี่ยนใหม่นะครับ แต่ขอบอกว่าที่ศูนย์พระราม9 ไม่มีสต๊อกนะครับ..ต้องไปสั่งไว้ รอของประมาณเดือนนึง^^! (เพลีย) (ล่าสุดหลังจากสั่งไว้ผ่านมาเกือบเดือน ก็เลยลองโทรไปถามดู ก็น่าเห็นใจฝ่ายอะไหล่ครับ ผมคงมีผมออเดอร์คนเดียว เค้าไม่สามารถสั่งให้ได้ คงต้องเอายางในมาตัดเอา แต่ความหนาและรอยต่อคงสู้ของติดรถมาไม่ได้ ของล้อหลังผมขาดแล้วด้วย T_T)  ดังนั้นใครคิดจำทำล้อจุ๊บเลสแบบผมควรไปสั่งไว้ก่อน รอได้ของแล้วค่อยถอดมาทำ ส่วนถ้าใครรถยังใหม่ อายุไม่มาก เจ้ายางนี้ก็ยังใช้ได้(ถ้าไม่ฉีกขาดนะครับ) ก็ใช้ของเดิมได้เลย



พอใส่ยางรองของล้อ ก็เรียบร้อย...ทีนี้เราก็ลืมยางในไปได้เลย

คำถามที่ตามมา.....แล้วมันจะทนมั้ย....ผมทำเสร๊จวันที่ 26 มิ.ย.56 วันที่เผยแพร่บทความนี้ วันที่ 2 ก.ค.56 แล้วจะมาupdate เรือย ๆ นะครับ..ตอนนี้วิ่งไปประมาณ 200 กิโลเมตรแล้ว



วันว่างก็เอาไปทดสอบความแข็งแรงดู...

แล้วจะมาแจ้งเรือย ๆ ที่นี่นะครับ..ว่าจะใช้ได้กี่กิโลเมตร แล้วมันทนแค่ไหน....แต่ตอนนี้ผ่านไปประมาณอาทิตย์นึงแล้ว กับการใช้งานธรรมดา + ขี่เล่นวันว่าง...มันยังอยู่ดี คงต้องรอดูระยะยาวกว่านี้ถึงจะบอกได้จริง ๆ ว่า..มันเวิคแค่ไหน

update
จากวันแรก 26/6/56
วันนี้ 5/7/56 -- พบอาการลมยางอ่อนลงนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้วัดเป็นตัวเลขว่าอ่อนลงเท่าไหร่ วันนี้จึงได้เติมลม ล้อ หน้า/หลัง ไว้ที่ 32/36 และจะจอดทิ้งไว้ แล้วจะมาวัดลมอีกทีว่าเวลาผ่านไปเท่าไหร่ ลมอ่อนลงเท่าไหร่ เพื่อเทียบกับล้อแบบยางใน(เพราะลมก็อ่อนลงเหมือนกัน) ว่าอัตราลมซึมออกพอรับได้หรือไม่

13/7/56-- ผ่านไปประมาณอาทิตย์กว่า สำหรับการตรวจสอบลมยางว่ามีการซึมออกผิดปกติมั๊ย ผลที่ได้น่าแปลกใจนิดหน่อยว่า ล้อหลังลมซึมออกไม่มาก แต่ล้อหน้าลมออกมากจนเวลาขี่รู้สึกได้เลยว่าลมอ่อนผิดปกติ  เพือนความแน่ใจก็เลยเติมลม หน้า-หลังดูอีกที

14/7/56--แค่คืนเดียวล้อหน้าลมอ่อนมาก ส่วนล้อหลังปกติ! อาการนี้น่าจะมีสาเหตุได้หลายอย่าง อาจจะ
1.ซิลิโคนอิดรูไม่ดี--เชื่อมันว่าไม่น่าเป็นไปได้เพราะตอนทำเสร็จวันสองวันแรก ลมไม่อ่อน
2.ยางหน้าเก่าอามีรูรั่วอยู่ซึ่งรูอาจจะเล็กจึงทำให้ลมซึมออกมากกว่าปกติ--แต่อาการล้อหน้าลมซึมออกมากกว่าปกตินี่มาจากหลังที่เอาไปขี่ใต้ทางด่วน ซึ่งแน่นอนว่าพื้นมีทั้งเศษแก้ว เศษหิน หนามจากต้นไม่แถวนั้น

จากการทดสอบยางวันนี้ ก็ได้เอาไปขี่ที่สนามไทยแลนด์เซอร์กิจ นครชัยศรีเลย ไม่มีปัญหาอะไรจากการทำ Tubeless เพียงแต่ฮีดหลัง ๆ หรือรอบหลัง ๆ ยางหน้าซึ่งเติมมาตอนเช้า เริ่มมีอาการอ่อน บวกกับหมดแรง เลยกลับดีกว่า ส่วนยางหลังยังปกติดี ไม่มีอาการลมรั่วซึมแต่อย่างใด จากการทดสอบแสดงว่า วิธีนี้ "ผ่าน" ดูที่ล้อหลังไม่มีอาการใด ๆ แต่ล้อหน้ารั่วซึมอยู่ต้องหาสาเหตุอีกที แล้วจะมาupdate ให้ฟังกันอีกที คร่าว ๆ ถ้าวิธีทำจุ๊บเลสวิธีนี้ใช้ไม่ได้มันคงต้องซึมทั้ง 2 ล้อ

คงต้องหาสาเหตุของการรั่วซึมของลมยางหน้าก่อน ว่ารั่วจากยางนอก หรือรั่วจากการอุดซิลิโคนไม่ดี..เมื่อหาสาเหตุเจอแล้วก็แก้ไข บวกกับยางนอกเริ่มถึงสพานยางแล้ว ก็ว่าจะเปลี่ยนยางนอกใหม่ซะเลย


และแล้วก็เอาน้ำผมซักฟอกป้ายให้ทั่วเลย ทั้งยางนอก ทั้งขอบ (ทำไม่เราไม่เทจตอนทำเสร็จใหม่ ๆ หว่า จะได้ไม่ต้องถอดเข้าถอดออก ^^!) เจอสาเหตุของอาการรั่วซึมล้อหน้าแล้ว


ฟองฟอดเลย ตรงซี่ลวดก้านนี้ จากนั้นก็เอาลวดรัดไว้หน่อย ถอดยางแล้วจะได้ไม่ต้องหา




 นี่ไง พอตัดสติ๊ิกเกอร์ออก ก็เจอเลยรูรั่วจริง ๆ ด้วย เราอุดไม่ดีเอง...เฮ้อ..เล่นเอาเหนื่อยเลย




.เจ้าซิลิโคนพอแล้วแล้วนอกจากจะกันน้ำ ยึดหยุ่นดีมาก ๆ แล้ว ยังลอกออกง่ายไม่เป็นรอยด้วย แค่เอาคัตเตอร์ค่อย ๆ สกิดออก ก็ลอกออกเป็นแผ่น ๆ เลย

หาสาเหตุเจอแล้วก็อุดซะ รอแห้ง แล้วก็ตัดสติกเกอร์มาแปะ แล้วก็ประกอบกลับดังเดิม ^^

update 24/7/56 หลังจากเจอรอยรั่วแล้วจัดการอุดซะใหม่ รวมถึงคราวนี้ตรวจสองอย่างดีก่อนประกอบ ผ่านไป 7 วันแล้ว ยังไม่ได้เติมลมเพิ่ม ลมยางไม่มีอาการรั่วซึมเลย ทั้งนี้ได้ลองเอาไปใช้งานทั่วไปใน กทม และได้เอาไปออกทริประยะทางราว 500 กิโลเมตร ไม่มีอาการรั่วซึมให้เห็น

update 5/2/57 ตอนนี้ใช้มากราว 5,000 กิโลแล้วครับ ไม่มีอาการรั่วหรือซึมให้เห็น ออกทริปวิ่งยาวไปแม่ฮ่องสอนตอนปลายปีก็ไม่มีปัญหาอะไร ลมยางไม่ซึมเลยครับ

สรุปแล้วเอาเป็นว่า เบื้องต้นวิธีนี้ใช้งานได้แน่นอน จากการทดลองวิ่งยาววันเดียว 500 โล ใครที่ใช้ขอบล้อแบบนี้อยู่ถ้าเบื่อการพกยางในสำรอง หรือแม้กระทั่งขี่เกียจถอด หรือ งัดยางบ่อย ๆ ก็ลองทำดูนะครับ แล้วชีวิตจะสะดวกสะบายยิ่งขึ้น กับงบประมาณในการทำไม่เกินพัน แต่อาจต้องออกแรงกันนิดหน่อย ส่วนถ้าใครไม่สนใจเรืองงบประมาณ จะไปจัดแม็กมาเลยในแบบตรงรุ่น หรือแบบดัดแปลงก็ได้เลยครับ

โช้ค แบรนด์ทางเลือก ดีมั๊ย

โช้ค แบรนด์ทางเลือก ดีมั๊ย ในที่นี้หมายถึง  โช้คแบรนด์แปลก ๆ ที่เราไม่ค่อยคุ้นหู และสังเกตุได้ว่า  รูปแบบโช้ค และหน้าตา จะเหมือน ๆ กัน ในหลา...