แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เวฟแต่ง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เวฟแต่ง แสดงบทความทั้งหมด

17 มกราคม 2553

ลูกสูบแต่ง อีกเสต็ปของความแรง

เอาอีกแล้ว....เป็นธรรมดากับธรรมชาติของมนุษย์ที่ยังไม่รู้จักพอ...คราวนี้เล่นกับลูกสูบแต่ซะเลย ก่อนอื่นก็ถอดออมมาเทียบกันจะ ๆ เลยว่า ลูกแต่งกับลูกเดิม ๆ ต่างกันอย่างไร ซึ่งก็ได้เลือกลูกแต่งของสำนักหนึ่งแถวห้วยขวาง สลักเท่าเดิมคือ 13 ม.ม. กับขนาด 56 ม.ม. ใส่กันได้เลยไม่ต้องแปลงสลักลูกสูบ

ลูกสูบแต่งที่ซื็อมาเป็นลูกแบบหัวนูน+หัวสั้น ดูรูปเอาเลยครับ ลูกเดิมของเวฟ125x จะเป็นหัวบุ๋ม ส่วนลูกแต่งจะเป็นหัวนูน


ดูมุมด้านข้างดูด้วยตาเปล่าก็รู้ว่าแตกกต่าง
ลูกเดิม(บน)-กระโปรงจะยาวกว่า และมีชายกระโปรงลูกสูบโดยรอบ
ลูกแต่ง(ล่าง)-กระโปรงลูกสูบจะสั้นกว่า และไม่มีชายด้านข้าง


มาดูอีักมุมกันรูน้ำมันเครื่่องลูกแต่งจะมีมากกว่า แต่เป็นที่น่าสนใจว่า ลูกสูบเจ้าเวฟ125x รุ่นนี้ซึ่งมีความโตเท่ากับ 52.4 ม.ม. เป็นลูกสูบที่ออกแบบมาเพื่อลดความฝืด แต่ก็ยังรักษาความเป็นรถโรงงานไว้ ความทนทานน่านะเชื่อถือได้ ดังนั้นเป็นที่น่าสนใจสำหรับ ตระกูลเวฟ100,110 มีโอ ฟีโน่ ที่จะเอามันไปใ่ส่เพื่ออัพเกรด โดยน่าจะมีความทนทานพอสมควร ซึ่งรุ่นที่กล่าวมาข้างต้นมีขนาดลูกสูบ 50 ม.ม.สำหรับตระกูลเวฟ มีโอ ฟีโน่ ซื้งถ้าคำนวนความจุแล้วในกรณีที่นำลูกเวฟ125x ไปใส่ก็จะได้ความจุเป็น
เวฟ 100 ซีซีจริงอยู่ที่ 97 จะได้เป็น 106 ซีซี เพิ่มมา 9 ซีซี
เวฟ 110 ซีซีจริงอยู่ที 109 จะได้เป็น 119 ซีซี เพิ่มมา 10 ซีซี
มีโอ,ฟีโน่ ซีซีจริงอยู่ที่ 113 จะได้เป็น 124 ซีซี เพิ่มมา 11 ซีซี
หืม..ดูแล้วมัีนน่าจริง...แต่ถ้าไม่พอใจกับซีซีที่เพิ่มขึ้นก็ต้องไปคบกับลูกอื่น ๆ ซึ่่งเท่าที่ทราบมา ลูกมีพวกลูกสูบของ คาเซ(56ม.ม.) และเชียร์(53ม.ม.) ที่มีขนาดสลัก 13 ม.ม. หรือลูกสูบแต่งค่ายต่าง ๆ มากมายที่ทำไว้รอพวกขาแรงไปอุดหนุน
แต่ก่อนจะยัดลูกต่าง ๆ ทีว่ามาก็อย่าลืมดูขนาดปลอกสูบด้วยก็แล้วกัน แต่สำหรับลูกเวฟ 125 สามารถคว้านและจับลงได้เลยไม่ต้องตีปลอก ส่วนถ้าลูกโตกว่านี้คงต้องปรึกษาช่างที่เชื่อมือก็แล้วกัน



มาดูกันต่อกว่าเจ้ากระโปรงลูกเดิมเวฟ125 มีขนาดกว้าง 36 ม.ม.แถมมีร่องลดความผืดมาให้เลย



ลูกแต่งหัวนูนสำนักแต่งแถวห้วยขวางกระโปรงกว้าง 37 ม.ม. กว้างกว่าลูกเดิมอีกแฮะ....



ลูกแต่งชายกระโปรงจากหัวลูกยาว 33 ม.ม.



ลูกเดิมชายกระโปรงจากหัวลูกสูบยาว 39 ม.ม.ซึ่งถ้าหักร่องลดความฝึดอีก 3 ร่อง ร่องละ 1.5 ก็ยังเป็น 34.5ม.ม. มากว่าลูกแต่งตั้ว 1.5 ม.ม.


ทีนี้มาดูส่วนสำคัญอีกส่วนนึงกัน คือ ระยะจากหัวลูกสูบถึงสลัก ลูกเดิมอยู่ที่ 13.5 ม.ม.





ลูกแต่งอยู่ที่ 11.5 ม.ม.
หมายความว่า ลูกสูบแต่งจะขึ้นไม่สุดเสื้อ และทำให้เหลือเนื้อที่อีก 2 ม.ม. เอาไว้ ทำยืดชักไงหล่ะ สามารถยืดได้สูงสุด 4 ม.ม. ลูกก็จะขึ้นสุดเสื้อพอดี และได้ซีซีเพิ่มขึ้นอีก...
แต่..กำลังอัดที่ได้สูงมาก ซื้อเป็นผลมาจากการเพิ่มซีซี แต่ห้องเผาไหม้ที่ฝาสูบเท่าเดิม ถ้ายืดชักกำลังอัดจะสุงขึ้นมาก อาจถึง 11-12 ต่อ1 ซื้งน่ากลัวมากสำหรับความร้อนและ ค่าการรับกำลังอัดของลูกสูบอาจจะไม่ไหวอาจจะทำให้ลูกทะลุึได้ แต่ถ้าทำไว้เพื่อขี่แบบ จึ็๊กเดียวจบ ไม่ได้ใช้งานแบบขี่ทางไกลยาว ๆ ก็คงพอได้
แต่สำหรับผมแล้ว ไว้ใช้งานในชีวิตประจำวันเพื่อการท่องเทียวเดินทางไกลที่ละ 100-200กิโลเป็นหลัก จึงจะไม่ทำการยึดชัก ทำให้ กำลังอัดจะอยู่แถว ๆ 8.5-9 ต่อ 1 ถึงจะไม่แรงมากแต่ก็เน้นความทนไว้ก่อน แต่ถ้าเป็นเครื่องระบายน้ำ ต้องว่ากันที่ 10-11 ต่อ1 ถึงจะกำลังดี ตอนนี้ก็เท่านี้ก่อน ซื่งน่าจะเพียงพอสำหรับการขับขี่ทางไกลและมีกำลังเหลื่อเล็กน้อยไว้สำรองเวลาแซงได้

09 มกราคม 2553

เวฟ 125x กับคาร์บูแดชอันเลืองชื่อ

หลังจากหาข้อมูลมาพอสมควรสำหรับเรื่องความแรง ที่มันเร้าใจซะจริง ๆ จากความล้มเหลวกับการเปลี่ยนแคมแต่ง คราวนี้มาตามกระแสความแรงอีกอย่าง "คาร์บูแดช"

จริง ๆ แล้ว กำลังของเครื่องจะมากจะน้อยนั้นอาจเกิดได้หลาย ๆ อย่าง แต่มีคล้าย ๆ สูตรสำเร็จของสำนักแต่ง ๆ ต่าง ที่ว่ากันว่า...เข้าไม่เกิน 50% ออกไม่เกิน 40% บางคนอาจจะงง
กล่าวคือง่าย ๆ ของการทำรถแรง จะเริ่มทำที่ ลูก คาร์บู และ ท่อ เสมอ แล้วค่อยไปไล่อย่าอื่นตาม เข้าไม่เกิน 50 ออกไม่เกิน40 ก็คือ การคำนวนช่องทางเข้าของไอดี และออกของไอเสีย เบื่องต้นที่พอรู้มาบ้าง ถ้าลูกสูบขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 50 ม.ม. คาร์บูที่ใช้ก็ไม่ควรเกิน 25 ม.ม. และ ขนาดท่อไอเสียก็ไม่ควรเกิน 20ม.ม. ทั้งนึ้ก็ขึ้นอยู่กับผู้ทำ ว่าต้องการให้รถออกมามีบุคคลิกอย่างไร จะแรงต้น หรือแรงปลาย ก็ต้องไล่กันดูตามสูตรลับของแต่ละสำนัก

กลับมาสู่เจ้าเวฟ125xของกระผม spec ขนาดลูกสูบว่ากันที่ 52.4 ม.ม. จริง ๆ ก็ควรจะใช้คาร์บูสูญญากาศของ raider 125 ขนาด 26 ม.ม.พอดีเป๊ะ แต่กระแสคาร์บูแดชและคาร์บูเรดเดอร์หายาก
ก็เลยตกลงปรงใจที่คาร์บูแดช





ไม่มาก็จับคันเก่งแก้ผ้าก่อน




จากนั้นก็จับใส่เข้าไปโดยซื้อชุดคอไอดีสำเร็จรูป กับกรองเปลี่อยด้วยเนื่องจากไม่มีที่สำหรับกรองเดิม ตอนใส่ไม่ยุ่งยาก แต่จะยุ่งที่สายเร่งไม่พอ...ก็ต้องดัดแปลงกันไป
จากนั้นพอสต็าดดูก็..งานเข้า..ปากยางที่ให้มากับคอไอดี ไม่แนบกับคอไอดี ทำให้เบาไม่ได้...แรงได้อย่างเดียว....



แก้ปัญหาโดยกการหารุ่นอื่นมาใส่...ร่นนี้น่าจะเวิก


ใส่เข้าไปแล้ว...ใช้งานได้ 3 วันก็มีการหลุดออกจากแทนยึด....เริ่มจะเซ็งแล้วนะ



ต้องทำการบ้านยกใหญ่ บวกกับต้องไปเดินตามหาปากอลูมิเนียม มาใช้กับคอไอดีอันแรงที่ซื้อมา จึงจะทำให้เรื่องจบได้ โล่งซะที

จากนั้นมากันที่การจูนนมหนูน้ำมัน...ซื้่งเดิมติดคาร์บูจะเป็น 38 กับ ร้อยกว่า ๆ จำไม่ได้ซะแล้ว ฮาาาา แต่ไม่ต้องไม่สนใจ เพราะผมไล่จนลงตัวที่...38 กับ 85 บางคนอาจบอกว่าน้ำมันน้อยไป..แต่ผมยึดหัวเทียนเป็นหลัก.......


อาจจะถ่ายได้ไม่ชัดเท่าไหร่..แต่ที่เห็นชัดคือ สีแดงอิฐ...ของหัวเทียน...แน่นอนว่าเป็นสัญญานที่บอกผมว่า ใช่เลย 38 -85

21 พฤศจิกายน 2552

เล่าสู่กันฟังเรื่อง คอท่อแต่ง ของเจ้าเวฟ 125x

เรื่องของเรื่องคือวันก่อนอยากแรงก็เลยไปหาคอแต่งมาใส่...แต่หาเท่าไหร่ก็หาตรงรุ่น(125x)ไม่ได้ เลยไปเอาของเจ้า125 ตัวเก่ามาใส่ ก็พอได้..ถึงจุดยึดต่าง ๆ จะไม่ตรงเป๊ะก็เถอะ
และแล้ว.....ใช้งานไปซักระยะนึง...รู้สึกว่าเสียงท่อแปลกไป...แล้วก็เจอสาเหตุ
ฉีกเป็นแนวยาวเลย....

ถอดออกมาดู...ท่อเกือบขาด
ทำไงหละ..ก็ต้องถอด...แบบจำใจ และกลับไปใช้ท่อเดิม
แต่ด้วยความอยากแรงอีกนิด จึงขอเอาแมวออกหน่อยเถอะ...อาจจะงง..แมว..คือไร..
ก็แคตตาไลติกไง...
เริ่มเลย...เจีย ๆ ๆ
เปิดแล้ว...

อยากรู้จักว่า..เจ้าแคตที่ว่ามันอยู่ช่วงไหนของท่อน้าาาาาา

เอาสายเคเบิลแหย่ซะเลย..แหย่ไปเรื่อย ๆ ลึกลงไปเรื่อย ๆ
สุดคอท่อเลย...ปรากฎว่า...เจ้า เวฟ125x รุ่นที่ผมใช้(2008) ไม่มีแคต...
ดังนั้งถ้าคิดจะให้ไอเสียระบายได้เร็วขึ้น ก็แค่เอาฝาที่ปิดออกเท่านั้นเอง...
ไม่ต้องเสียตังแถมเสียงยังไม่ดังให้พี่ตำหนวดเพ่งเล็งอีก......
ใครใช้รุ่นนี้อยู่ก็ลองเน้อ..ไม่สงวนลิขสิทธิ์...

07 พฤศจิกายน 2552

แคมแต่งต้องทำใจ

แคมแต่ง แคมแต่ง แคมแต่ง หลัีงจากเปลี่ยนแคมแต่งเพื่อความแรงขึ้นอีกนิดหน่อย..ซํกระยะนึง..เริ่มรู้สึกรำคาญกับเสียงวาล์วที่ดัง..แต็ก ๆ ๆ ตลอดเวลา..ยอมรับว่าขี่มันขึ้นจริงจริง...ติดมือทุกเกียร์ ถึงเกียร์4 อาจจะห้อยเล็กน้อยก็คงเป็นที่บุคลิคของเจ้าเวฟ125x รุ่นนี้แหละ...เดิม ๆ สองคนก็ไม้ประมาณ105 -110 เต็ม ๆ แล้ว...แต่ปกติเวลาเดินทางไกลก็90-100 ยืนพื้น..ไม่เกินนี้
ไครแรงก็แซงไป..สำหรับผมเน้นเที่ยวซะมากกว่า....
เมื่อเปลี่ยนแคมแต่ง..เงินเหลือก็ตามมาด้วยคอท่อใหม่ใหญ่กว่าเดิม ๆ บอกได้เลยว่า..เกียร์3 ได้110 แบบไม่ต้องลุ้น..แต่พอเข้าเกียร์4 ห้อยลงมาที่105เหมือนเดิม(2คน)...ด้วยความชอบในการทำรถ..ก็ต้องตามด้วยนมหนูที่ใหญ่ขึ้นเล็กน้อย....โดยเดิม..125x อยู่ที่ 78-35..ก็ทดลองจนลงตัวที่..80-35 กับแคมแต่ง+คอใหญ่ นอกนั้นเดิมหมด...เมื่อน้ำมันหนาขึ้น..จากเกียร์3ที่ได้ 110 ก็ลงมาเหลือ 100 แต่เกียร์4อาการห้อยลดลง.....
วิ่งสูตรนี้มาซักพัก..รู้สึกรำคาญเสียงวาล์วที่ดังตลอดเวลา..ก็เลยต้องทำใจ...และต้องตัดสินในเลือก..ซักทางระหว่าง..ยอมทนรำคาญ..หรือ เอาออกกลับไปใส่เดิม ๆ แล้วเงียบสมใจ...
ระหว่างรอการตัดสินในว่าจะเลือกทางใด ก็เลยหาความรู้เพิ่มเติมไปด้วย ว่าทำไมใส่แคมแต่งแล้ววาล์วดัง....เรื่องของเรื่องที่ทำให้วาล์วดังนั้นคงอยุ่ที่องศาลลูกเบี้ยว หรือแคมนั่นแหละ..จากการทำงานของแคมที่จะเป็นตัวกำหนดการเปิดปิดวาล์วไอดี ไอเสีย ซึ่งโดยพื้นฐานของแคมจะมาจากรูปวงกลม แล้วมีด้านบางด้านที่นูนออกมา..ทำให้ดูเหมือนรูปไข่ ส่วนที่ยื่นออกมาก็คือส่วนที่จะไปกดกระเดื่องวาล์วให้เปิดนั่นเอง ในส่วนนี้แหละที่มีความแตกต่างกันระหว่างแคมเดิม ๆ กันแคมแต่ง....
.....ง่าย ๆ คือ เจ้าแคมแต่งจะทำให้วาล์วเปิดก่อนและปิดที่หลัง แคมเดิม หรือมีระยะเวลาเปิดของวาล์วนานขึ้น รวมทั้งอาจมีระยะยกของวาล์วมากขึ้นด้วย...ก็เพื่อจะได้มีเวลาในการประจุไอดี(อากาศ+น้ำมัน)นานขึ้น และ ระยะเวลาในการคายไอเสียนานขึ้น รวมทั้ง ทำให้ระยะover lap นานขึ้น
โอเวอร์ แลปก็คืออาการที่วาล์วไอดีและไอเสียเป็ดพร้อมกันนั้นเอง ซื้งเป็นช่วงเวลาที่ทำให้ไอดีเข้ามาไล่ไอเสียออก ถ้าโอเวอร์แลปนานก็แสดงว่า มีเวลาที่ไอดีเข้ามาไล่ไอเสียนานขึ้น ซึงก็ทำให้ไอดีเข้ามาในห้องเผาไหม้มากขึ้นด้วยเช่นกัน....
.....แสดงว่าในรอบเครื่องยนต์ที่เท่ากัน แคมแต่งจะมีการเคลื่อนที่ของวาล์วอย่างฉับพลันมากว่าแคมเดิม หรือมีการแตะวาล์วที่เร็วขึ้น รุ่นแรงขึ้น ทำให้เมื่อเราใส่แคมแต่งแล้ววาล์วก็เลยดัง...
....
หลังจากทำในอยู่นาน...ก็...ถอดดีกว่า...ใส่แคมเดิม..แรงน้อยกว่า..แต่เงียบดี...และคงต้องบวกกับหาวิธีการทำแรงอย่างอื่นมาเพิ่มเติมซะแล้ว....อืม..คงหนีไม่พ้น..คาร์บูแดชแน่ ๆ เลย ทีนี้...

07 กันยายน 2552

เปลี่ยนแคมให้ wave 125x กันดีกว่า

หลังจากได้เจ้า wave 125x ตัวดิสหลังมา ก็เอามันไปเที่ยวต่างจังหวัด..ปรากฎว่า..เมื่อวิ่งใช้งานจริง ๆ ซ้อน2 ก็วิ่งได้แค่ ร้อยนิด ๆ ไม่ถึง110 รู้สึกว่ามันน้อยไปนิด..ยิ่งเวลาต้านลม..วิ่งได้แค่ 90 กว่า..ก็เลยเกิดเหตุการให้หาวิธีการทำแรง..โดยจะพยายามไม่ผ่า..ไม่ลูกโต..อย่างแรกที่นึกขึ้นได้คือ...หาแคมแต่งธรรมดา ๆ ไม่ต้องสำนักดังอะไร มากมาย


ก็เริ่มง่าย ๆ ที่ถอด ชุดสีในส่วนที่กีดขวางออกก่อน
ถอด ๆ ๆ
จากนั้นถอดฝาจานไฟทั้ง2 อันออกเพื่อ เอาไว้ดูมาร์ก T
นี่ไงครับ มาร์ก T...หลายคนอาจสงสัยว่า T หมายถึงอะไร จริง ๆ มาจากคำว่าTOP นั่นเอง..ง่ายขึ้นอีก..ก็คือเมื่อเราหมุนจานไฟทวนเข็มนาฬิกา จนT ไปอยู่ตรงมาร์กที่ฝาจานไฟ แสดงว่า ขณะนี้ลูกสูบอยู่ตรงสุดสูงสุด หรือ ศูนย์ตายบนนั้นเอง


ถอดฝาครอบวาล์ว ทั้งไอดี ไอเสียออก


มาอีกฝั่งก็ถอดเจ้าน็อตตรงใกล้ ๆ หัวเทียนออก
แล้วจะทำให้ฝาครอบเฟือง timing หลุดออกมา..อย่างที่เห็น


เกีอบลืม..อีกอย่างที่ต้องถอดด้วยคือ..ตัวดันโซ่ราวลิ้น อย่าลืมขันฝาปิดตรงกลางให้หลวมก่อนนะ จากนั้นก็ค่อย ๆ ถอดมันออกมา




จากนั้นก็จะเห็นเฟืองtiming ใช้ประแจขันมันออกมาได้เลย แต่อย่าลืมหาลวดหรือเชื่อก คล้องโซ่ไว้ก่อนนะ..กันตกลงไป..เดี๋ยวงานเข้า....เมื่อเปิดออกมาแล้ว..เห็นน็อตอะไรก็ถอดมันออกมาให้หมด


ดึงแคมออกมาได้เลย....




จากนั้นก็ค่อย ๆ หาค้อน+ไขควงตอก ดี ๆ ซักอันมาตอกเอาลูกปืนออก


ถอดออกมาแล้วก็ย้ายไปใส่ให้เจ้าแคมตัวใหม่ได้เลย



อ้อ...ระวังนะ...เวลาถอดลูกปืนออกจากแคม ตัวเตะวาล์วจะหลุดออกมาด้วย..รังวังจะใส่คืนไม่ได้.เพราะจะงง ๆ ว่ามันใส่ยังไง....ไม่ต้องงงกันอีกต่อไป..ถ่ายรูปเอามาให้ดูแล้ว...

โช้ค แบรนด์ทางเลือก ดีมั๊ย

โช้ค แบรนด์ทางเลือก ดีมั๊ย ในที่นี้หมายถึง  โช้คแบรนด์แปลก ๆ ที่เราไม่ค่อยคุ้นหู และสังเกตุได้ว่า  รูปแบบโช้ค และหน้าตา จะเหมือน ๆ กัน ในหลา...