19 กรกฎาคม 2555

แจ้งเปลี่ยนแคร๊งเครื่องยนต์ (crank)

เฮ้อ..ยาว ๆ กับความเหนื่อย...แต่ก็ไม่รู้จะทำไง..ก็ต้องก้มหน้าก้มตารับเคราะห์..เรื่องของเรื่องมันไม่มีไรมากหรอก..วันก่อนได้มีโอกาสขี่มอร์ไซด์ไปเที่ยวต่างจังหวัด ขี่ไปยังไม่ทันจะเที่ยวเลย ปรากฏว่า “รถพัง” อาการคือ..ขี่ ๆ ไป มีเสียงประหลาดแล้วเครื่องก็ดับซะดื้อ ๆ  จากนั้นลองเข็นสต๊าดดู...สิ่งที่น่ากลัวคือ..ล้อล็อกเลย..ไม่สามารถเข็นสต๊าดได้...กรำ งานเข้าแล้วงานนี้..ถึงขั้นล้อล๊อค ก็หมายถึง ข้อเหวี่ยง หรือสูบล็อก ไม่ว่าจะเกิดจากสาเหตุอะไร อาการต้องหนักแน่ ๆ เลย
หลังจากอาการผิดปกติอย่างมากที่เกิดขึ้นกับเจ้าลูกชายสุดรัก ก็จัดการยกเข้าศูนย์บริการเพื่อตรวจเช็คอย่างละเอียดว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่น่าเชื่อสายตา ว่าสาเหตุเกิดจาก ”ลูกปืนบาล้านเซอร์แตก” บ้าไปเลย..งงมาก รถวิ่งแค่ประมาณสามหมื่นห้าพันกิโล อันดับแรกหันมาโทษตัวเอง ว่า ดูแลรถ ดีหรือเปล่า..คิดไปคิดมา..บอกตรง ๆ เข้าศูนย์เฉพาะระยะที่ต้องตั้งวาล์ว หรือเข้าศูนย์เฉพาะทุก ๆ  12,000 กิโล แต่ระยะอื่น ๆ ทำเองหมด ทั้งเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง เปลี่ยนกรองน้ำมันเครื่อง ซึ่งตามคู่มือว่าไว้ที่ ทุก 4,000 กิโล กับน้ำมันเครืองเกร็ด api-SG ขึ้นไป อันนี้ขอบอกว่า..เปลี่ยนตามระยะตลอด และถ้ามีทริปที่ต้องวิ่งเกิน 500 กิโล ก็จะเปลี่ยนก่อนออกทริปเสมอ แล้วลูกปืนมันแตกได้ไง..หมดประกันแล้วด้วย..งานนี้ก็จัดหนัก ๆ ยาว ๆ เลย..


นี่ไง เจ้าตัวการเจ้าลูกปืนบาล้านเซอร์นี่มันอยู่ในห้องข้อเหวี่ยงเลย เมื่อมันแตก..ลูกปืนก็กระจายไปทั่ว..จบกัน..ชุดใหญ่งานนี้ ว่าแล้วก็ประเมินความเสียหายว่าต้องเปลี่ยนอะไรบ้าง..ดูด้วยตาแน่นอนว่าหนึ่งในนั้นก็ต้องเปลี่ยนแคร๊ง(crank)เครื่องยนต์ และอีกหลายอย่าง
ฟังดูแล้วก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไรมาก ๆ เพราะแค่จ่ายตังค์..ช่างศูนย์คาวาซากิพระรามเก้าก็จัดการให้อยู่แล้ว แต่มันไม่จบแค่นั้น เจ้าแคร๊ง(crank)ที่เปลี่ยนที่แหละตัวปัญหาเลย เพราะเป็นชิ้นส่วนที่มีเลขเครื่องยนต์จากโรงงาน... ฟังดูแล้วเริ่มจะเห็นปัญหาความยุ่งยากกันแล้วซิ ต้องไปแจ้งเปลี่ยนแคร๊งเครื่องยนต์ รวมทั้งขอให้ทางขนส่งตอกเลขใหม่ให้ เพราะมันไม่มีเลขมาให้แล้ว....ยาว ๆ ๆ  เลย
หลังจากซ่อมเสร็จ เราก็จะได้ใบเสร็จว่าจ่ายค่าอะไรไปบ้าง อันนี้ทางศูนย์เค้าออกให้เป็นอัตโนมัตอยู่แล้ว...แต่อีกอย่างที่ลืมไม่ได้..ต้องเอ่ยปากขอทางศูนย์นะครับ..ไม่งั้นจะไม่ได้แบบผม ทำให้ไปขนส่งแล้วต้องกลับมาศูนย์เพื่อขออีกรอบ คือ ใบรับรองการซื้อแคร้ง หรือใบรับรองเปลี่ยนแคร้ง แล้วต่อจะเรียก ต่อมาเอกสารอย่างอื่นที่ต้องใช้ก็พวกเล่มทะเบียน(เล่มเขียว) สำหรับท่านใดที่ยังผ่อนอยู่ ซึ่งเล่มจะอยู่ที่ไฟแนนซ์ อันนี้ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าต้องติดต่อไฟแนนซ์มั้ย เพราะจะต้องมีการเปลี่ยนเลขเครื่องยนต์ ยังไงก็ไปสอบถามขนส่งกันเอาเองนะคร๊าฟ..
สรุปเอกสารในการแจ้งเปลี่ยนแคร้ง (crank) เครื่องยนต์
1.ใบเสร็จฉบับจริงจากศูนย์บริการ
2.ใบรับรองฉบับจริงจากศูนย์บริการ
3.เล่มทะเบียน (เล่มเขียว)
4.แบบคำขอเพิ่มเติมรายการในทะเบียนรถ (เอาที่ขนส่ง)
5.แบบคำขออื่น ๆ  (เอาที่ขนส่ง)



 ตัวอย่างใบเสร็จจากศูนย์บริการ

 แบบคำขอแก้ไขเพิ่มเติมรายการในทะเบียนรถ


 แบบคำขออื่น ๆ

 ใบรับรองจากศูนย์บริการ



อีกอย่างที่ควรรู้สำหรับผู้ที่จะแจ้งเปลี่ยนแคร็งเครื่องยนต์ ท่านต้องรู้ว่ารถของท่านจดทะเบียนเขตอะไร(สำหรับกทมนะครับ ต่างจังหวัดไม่รู้) สำหรับรถผม จดทะเบียนกรมการขนส่งเขตสวนหลวง ก็จะต้องไปตอกเลขที่เขตสวนหลวง แต่ ๆ ๆ  ก่อนจะตอกเลขใหม่ได้นั้นจะต้องนำเอกสารดังกล่าวไปตัดบัญชีที่ขนส่งใหญ่จตุจักรก่อน อะไรมันจะเยอะปานนั้น เรื่องของเรื่องคือว่า เลขเครื่องยนต์ เลขตัวถังและเลขทะเบียน ของรถแต่ละคัน จะมีข้อมูลอยู่ในระบบ ทุกเขตสามารถดูได้ แต่ในผู้ที่มีอำนาจแก้ไขได้ก็ต้องเป็นที่ขนส่งจตุจักร เราจึงต้องเอาเอกสารไปตัดบัญชีออกก่อน เพื่อที่จะได้ให้ทางเขตที่รถของท่านอยู่สามารถใส่ข้อมูลเลขใหม่ที่จะตอกลงไปได้
เอกสารครบ ก็ไปเลยครับที่อาคาร2ชั้น4 ขั้นตอนนี้ไม่ต้องนำรถไป และบริการดี รวดเร็วมาก ๆ เลยครับ สมกันเป็นข้าราชการยุคใหม่จริง ๆ เมื่อเราแจ้งจำหน่ายเลขเครื่องยนต์และตัดบัญชีเลขเครื่องยนต์แล้ว เราก็นำเอาสารทั้งหมด ไปที่เขตที่รถของท่านไปจดทะเบียนไว้ ถ้าเป็นที่เดียวกันก็จบเลย แต่ในกรณีของผมต้องไปที่เขตส่วนหลวง เห้อ...ถอนหายใจยาว ๆ ..
กว่าจะเสร็จขั้นตอนแรก และเดินทางมาเขตสวนหลวงก็ปาเข้าไปเที่ยงพอดี ก็นั่งพักกินข้าวกินปลากันก่อน พอเข้าบ่าย ก็เริ่มยื่นเรื่องให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายช่าง จ่ายค่าธรรมเนียม 25 บาท เสร้จขั้นตอนยื่นเรื่องก็เจอปัญหาอีกเนื่องจากรถซ่อมเสร็จและประกอบไปแล้ว พื้นที่ในการตอกเลขเครื่องอยู่ลึกมาก  ๆ ไม่สามารถตอกได้ จึงต้องยกเครื่องลง วันนี้จึงได้แต่ทำเอกสาร ตรวจสภาพ ขุดเลขคอ และทำทุกอย่างให้จบ แล้วก็ขับรถไปศูนย์อีกที ไปยกเครื่องลง...กรำ..^&^! 



ยังไงก็ต้องขอบคุณทางศูนย์บริการkawasaki มาก ๆ ที่ทำการยกลงให้อย่างรวดเร็ว จำได้ว่าไปถึงศูนย์ประมาณ บ่าย3โมง ประมาณ 5 โมงทางศูนย์โทรมาแจ้งว่ายกลงให้เรียบร้อยแล้ว วันรุ่งขึ้นเข้าไปรับเครื่องไปตอกเลขได้เลย
รุ่งขึ้นก็เข้าไปรับเครื่องแล้วนำไปขนส่งสวนหลวงอีกที ก็เอาเอกสารชุดเดิมที่ทางทางขนส่งคืนให้วันก่อน ไปยื่นอีกที เมื่อถึงคิว(รอประมาณ 1 ชั่วโมง) ก็ได้ทำการตอกเลขและลอกเลขชุดใหม่ บวกกับเอกสารทั้งหมดไปติดต่อขั้นบนสุด เสียค่าธรรมเนียมอีก 25 บาท มีการแก้ไขในเล่นเรียบร้อย เป็นอันจบพิธี ขนเครื่องกลับไปศูนย์ และรอให้ทางศูนย์ประกอบทุกอย่างคืนให้ เห้อ..เหนื่อยจริง ๆ ไม่ต้องทำการทำงานกันเลย 2 วัน...แต่ตอนนี้ก็มีความสุขกับเครื่องยนต์โอเวอร์ฮอลใหม่..ขี่มันมาก ๆ แหละหวังว่าคงจะไม่พังง่าย ๆ ในแบบเดิม ๆ นะ 



18 กรกฎาคม 2555

honda scoopyi s12 ล้อ12นิ้ว

 HONDA scoopy i s12 ล้อ12 นิ้ว ใหม่


 The new original by honda
มีแนวทางเฉพาะบุคคล เป็นตัวตนที่ชัดเจน ขอบอะไรใหม่ ๆ แต่คลั่งสไตล์เรโทร SCOOPY i S12 ความลาสสิคใหม่ สไตล์..เฉพาะตัว! บอกตัวตนที่โดดเด่น สะท้อนความเป้นตัวเองสูง เพราะทุกคนเกิดมา ออริจินอล "Let's S12"



 THE WHEELS 12"


 มินิเฉพาะไซส์แต่สโตล์เต็ม ๆ กับ ล้อแม็ก 12 นิ้ว พร้อมหน้ายางกว้างแบบจุ๊บเลส ลงตัวกับโฉมกะทัดรัด คล่องตัวของรถยุคล่าสุด คือความคลาสสิคใหม่ สไตล์ออริจินอลเฉพาะตัว..ก็มันส์เข้ากันชะมัด


 THE TWIST
ก็คนเรายังมีตั้งหลายอารมณ์ ลายสองด้านก็ต่างกันได้ กราฟิกแพทเทิร์นเรโทร 'S12' เต็ม ๆ หรือแบบเรียบ ๆ ง่าย ๆ ไม่มีเบื่อ นี่หร่ะความคลาสสิคใหม่ สไตล์เฉพาะตัว..ก็แล้วทำไมต้องเหมือนกัน!



 EXCLUSIVE PROJECTOR HEAD LIGHT
ไฟหน้าโปรเจคเตอร์แท้ ชุดโคมใหญ่แบบจัดเต็ม ด้วยหลอดฮาโลเจน และ 'Blue Ring' วงแหวนสีฟ้า พร้อมดีไซน์ลุค LED เท่ แบบรถสปอร์ตสุดหรู

CHRONGRAPH METER
เรือนไมล์โครเมียมเท่ แบบ มิลติ-มิเตอร์ รวมทุกฟังก์ชั่นในหนึ่งเดียว

 UPPER ARM WINKER LIGHT
ชุดไฟเลี่ยวแบบบิลท์อินบนบอดี้เท่ยุด แบบรถยนต์คลาสสูง พร้อมไฟ Postiton Lamp สว่างชัดเจนพร้อมไฟหน้า

 FRONT INNER BOX
ที่เก็บของด้านหน้า สะดวกสบาย


 RIBBON REAR GRAB
มีจับหลังอะลูมิเนียม เท่ลงตัว ดีไซน์ล่าสุดเฉพาะ S12


 SENIOR TAIL LIGNT
ไฟท้ายใหญ่ บิลท์อินกับช่วงท้าย โค้งมนลงตัว

 KEY SHUTTER
กุณแจนิรภัยสองชั้น มั่นใจทุกครั้งที่จอด

 SEAT OPENER
สวิทซ์เปิด-ปิด ช่องเก็บของใต้เบาะ ง่ายเพียงปลายนิ้ว

 HELMET-IN L SIZE U-BOX
กล่องเก็บของใต้เบาะ 15.4 ลิตร เก็บหมวกกันน้อกแบบเจ็ต ได้ทั้งใบ จุใจ สะดวก สบายลงตัว (Helmet-in U-box ขนาดมาตรฐานของฮอนด้า XL size = 16-18 L / Lsize = 13-15L)

 CURVY MUFFLER COVER
แผ่นกันความร้อน ท่อไอเสีย ทรงรี สีรับกับตัวรถ

 12"CAST WHEEL,TUBELESS TYRE
ล้อแม็กขนาด 12 นิ้ว พร้อมยางแบบจุ๊บเลส (ไม่มียางใน) หมดปัญหายางแบบฉับพลัน เช่น โดนตะปู ให้สามารถควบคุมรถต่อจนสามารถแก้ปัญหาได้ หน้ายางกว้างเกาะถนนดียิ่งขึ้น เท่เฉพาะตัวด้วย Silver Wheel ในสีรุ่นสีครีม/Black wheel ในรุ่นสีดำ และสีฟ้า

ENGINE TECHNOLOGY
เครื่องยน 110 ซีซี 4 จังหวะ ระบบหัวฉีด PGM-Fi ระบายความร้อยด้วยอากาศ พร้อมระบบ V-Matic Transmission ด้วยสายพาน V-Belt เสริมใยเหล็กให้ความคงทนเป็นเยี่ยม ใช้งานได้อย่างทนทาน ให้ประสิทธิภาพสูงสุดในทุกสภาพถนน อัตราการประหยัดน้ำมัน 53 กม./ลิตร (วัดด้วยมาตรฐาน ECE40mode โดยวิศวกรฮอนด้า

COMBI BRAKE SYSTEM SAFETY TECHNOLOGY
ระบบนิรภัยด้วยการกระจายแรงเบรก ไปยังล้อหน้าและล้อหลังในครั้งเดียวกัน เพียงใช้เบรกหลัง (กำเบรกซ้าย) หยุดสนิดมั่นใจกว่า

SIDE STAND SWITCH
สวิตซ์ที่ช่วยติดการทำงานของเครื่องยนต์เมือเอาขาตั้งข้างลง เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดคิดจากากรเผลอปิดคันเร่งในขณะจอดรถ



ข้อมูลทางเทคนิค specifications

17 กรกฎาคม 2555

honda crf250L


 HONDA CRF250L
Strike the barrier โลกมีไว้..ลุย


 ถึวเวลาลุย ได้เวลาออกไปผจญกับความท้าทายที่ซ่อนตัวอยู่ในโลกใบนี้ พร้อมหรือยัง กับความเร้าใจแบบไร้ขีดจำกัด ฮอนด้า ซีอาร์เอฟ 250 แอล ใหม่ สุดขีสมรรถนะความแข็งแก่งที่จะพาคุณทะยายข้างผ่านทุกอุปสรรค สุขได้ไม่หวั่นทั้งทางเรียบและทางทางวิบาก ด้วยระบบกันสะเทือนหน้า-หลัง โดดเด่นหัวจรดท้าย กับรูปทรงโฉบเฉี่ยว ดุดัน แบบฉบับเอ็นดูโร่ไบด์ (Enduro Bike) และต่อจากนี้ไม่ว่าเส้นทางไหนๆ ก็คงจะมีแต่ความเร้าใจ ที่รอให้คุณไปสัมผัส

 Racing Sporty Design
ชุดสีสไตร์รถแข่งระดับสากล โดดเด่นอย่างแตกต่างในทุกเส้นทาง

 Advanced Digital Meter
หน้าปัดเรือนไมล์แบบดิจิตัล แสดงผลแม่นยำ ล้ำหน้าด้วยดีโซน์


 Extreme Performance
เครื่องยนต์ 250 ซีซี DOHC ระบายความร้อนด้วยน้ำ ระบบ PGM-Fi

 Pro-link Rear Suspension
ระบบกันสะเทือนหลับแบบ โปร-ลิงค์ ช่วยลดแรงกระแทก ให้การทรงตัวเป็นเยี่ยม มาพร้อมกับสวิงอาร์มอลูมิเนียม แข็งแกร่ง ทนทาน

 Upside-Down Shock(fork)  Absorber
โช๊คอัพหน้าแบบหัวกลับขนาดใหญ่ 43 ม.ม.รองรับแรงกระแทก ลดแรงสั่นสะเทือน ควบคุมได้อย่างมั่นใจ


 Wave Design Disk Brake
ดิสเบรกแบบลายเวป หน้าหลัง ระบายความร้อนได้ดี หยุดสนิทอย่างมั่นใจ


Design VS. Metropolis
โฉบเฉี่ยวมีสไตล์ โดดเด่นจนใคร ๆ ก็เหลี่ยวมอง

 Performance VS. Track
ขุมพลังแห่งความเต้าใจ ลุยได้ทุกเส้นทาง


 Function VS. Earth
มันใจเต็มประสิทธิภาพ ข้ามผ่านทุกอุปสรรค

มี่สองสีให้เลือก


ข้อมูลทางเทคนิค specifications




07 มิถุนายน 2555

ยางอินเดีย MRF เป็นไงหว่า

แล้วก็ถึงฤดูกาลที่เรา  ๆ ท่าน ๆ ชาวมอร์ไซด์ทั้งหลายแหล่ไม่ค่อยจะชอบกัน กับฤดูฝน....จริง ๆ แล้วมันเหมาะกับการนอนเฉย ๆ อยู่บ้านมากกว่า แต่ก็ทำไงได้ ไม่ใช่ลูกเศรษฐีก็ต้องทำมาหารับประทานกันไปตามหน้าที่การงานของแต่ละคน สำหรับบางคนที่มีทางเลือกเยอะ ช่วงนี้ก็ใช้สีล้อกันไป..มีหลังคา..ไม่เปียก ส่วนตัวกระผมเองก็มีทางเลือกเหมือนกัน แต่เป็น รถเบ็นส์6ล้อ(รถเมล์นั่นแหละ) กันเจ้าสองล้อคู่ใจ ยังไงก็ต้องเลือกเจ้า 2 ล้อ ถึงฝนจะดก ฟ้าจะร้องก็ไม่หวั่นอยู่แล้ว

ว่าไปแล้ววันก่อนฝนแรกเริ่มลง หลังจากฝนหยุดก็ชีวิตก็ต้องดำเนินต่อไป ขี่เจ้าสองล้อคู่กายไปโน่นมานี่ ตามประสาคนทำงานทั่วไป จังหวะนั้นขี่จำได้ว่าขี่ด้วยความเร็วซักประมาณ 4-50 ตามไมล์ติดรถ แล้วต้องการชลอรถ ด้วยถนนเป็นช่วงหลังฝนตกใหม่  ๆ กะพืนถนนช่วงนั้นดูด้วยตาแล้วมันเงางาม..เลยต้องต้องใช้ความระวังเป็นอย่างมากในการลดความเร็ว..เริ่มกดเบรกหน้าหลังเบา ๆ ปรากฎว่า..ล้อหลังล็อค..ลากยาวประมาณ 10 เมตรได้ แต่เป็นทางตรง เลยกดเบรคหน้า-หลังให้ให้เบาลงอีก แล้วลดเกียร์ช่วย ..หวิดไปแล้วมั้ยหละ..ลื่นจริง ๆ เอาเป็นว่าเพือน ๆ ขี่รถหน้าฝนก็ระวังกันให้มาก ๆ ก็แล้วกัน

กลับมาถึงบ้านเกิดอาการวิตกจริต ก้มไปดูที่ยาง ซึ่่งมีดอกเยอะอยู่พอสมควร ถ้าถนนแห้งก็พอขี่ได้ เอาเล็บจิกดู..มีน่าหละ..ว่าทำไมมันลืนมาก ๆ บอกเลยว่า..เนื้อยยางแข็กเป็ก รวมทั้งเริมแตกลายงาแล้วด้วย..เห้อ..เสียตังอีกแระงานเนียะ

 ภาพยางหน้าที่แตกลายงาครับ

 ยางหลังก็เช่นกัน แตกลายงาเหมือนกัน

วันผลิตของยางชุดเดิม เป็น 4209 คือ ผลิตสัปดาห์ที 42 ของปี 2009 ในหนึงปีมีประมาณ 52 สัปดาห์ และปัจจุบัน ต้นเดือนมิถุนายน2012 หักลบแล้วได้อายุยาง ก็ประมาณ 2 ปีครึ่งได้..ว่าแล้วทำไมยางมันแข็ง..เล็บจิกไม่ลงเลย จริง ๆ แล้ว(ฟังเค้ามา) ยางมอร์ไซด์อย่างเรา ๆ โดยทั่วไป 2 ปีควรเปลี่ยน หรือเปลี่ยนก่อนก็ได้ถ้าดอกสึกหรอหมดแล้ว..อยู่ที่การใช้งานของแต่ละคน..และรอบที่เหมาะที่สุดในการเปลี่ยนยางคือช่วงต้นปี..คือกุมภาพันธ์-เมษายน เพราะอันดับแรกคือเราจะได้ใช้ยางใหม่ที่สภาพสมบูรณ์ตอนช่วงหน้าฝนไง อีกอย่าง สำหรับยางที่ต้องนำเข้า ล็อตหลัก ๆ ก็เข้ามาช่วงตันปี เพราะสิ้นปีจะมีการเช็คสต็อค รวมถึงผู้ค้ามันจะรอปีของยางให้เป็นปีผลิตปัจจุบัน เพื่อประโยชน์ในการเก็บไว้ขายได้นานขึ้น ยกตัวอย่าง เลขผลิต 5211 กัน 0212 จริง ๆ แล้วระยะเวลาผลิตห่างกันแค่ 3 สัปดาห์..แต่ตัวเลขปีมันมีผลต่อความรู้สึกมากกว่า...บางคนอาจไม่รู้สึก..แต่ผมจะรู้สึกดีกว่าถ้าตอนซื้อได้ยางปีปัจจุบัน..^&^!




หลังจากตัดสินใจเปลี่ยนยาง..และเตรียมใจกะยางเกรดดีหน่อย เลยเริ่มหาข้อมูลว่ายางอะไรดีน้าาา..พอดีไปเจอยางติดรถเจ้า Duke200 ถอดขาย ใช้ไปประมาณ 4-500 กิโล เรียกได้ว่าใหม่กริ๊ปกันเลยทีเดียว เป็นยาง MRF รุ่น REVZ-C ขนาด 110/70ล้อหน้า และ 150/60ล้อหลัง ก็คิดในใจว่า..มันจะดีมั้ยน้า..คิดอยู่สองสามวันตัดสินใจไม่เอาดีกว่า..ยางอินเดีย ยี่ห้อแปลก เวลาผ่านไปสองสามวัน เหมือนฟ้ามาโปรด เพื่อนสุดเลิฟขี่เจ้า Duke200 เดิม ๆ มาหาที่บ้าน เลยได้เทสยาง เปรียบเทียบกันยางที่ใส่อยู่ปัจจุบัน(dunlop gt501) แล้วเทียบกับความรู้สึกของยางเดิม ๆ ตอนติดรถมา(นานแล้ว..แต่..พอจำได้) แล้วได้เทียบกับยางที่เพื่อนใส่อีกคันนึ่ง(dunlop alphar-12) บอกได้เลยว่า ดีกว่ายางที่ใส่อยู่(dunlop gt501) ดีกว่ายางเดิม ๆ ติดรถ(irc) แต่ด้อยกว่ายาง dunlop alphar-12 อยู่นิดหน่อย รุ้สึกเนื้อยางกระด้างกว่านิดหน่อย..แต่นิ๊ดดดหน่อยจริง ๆ กับราคาที่ถอดขายมันยั่วใจจริง  ๆ..เลยจัดมาซะ กับ MRF REVZ-C on dtracker250

สำหรับคนที่นึกภาพไม่ออก dunlop gt 501

dunlop alphar-12


 ได้ยางมาแล้วก็ถอดล้อเลย


ขนไปให้ร้านใส่ให้


 ล้อหน้า

 ล้อหลัง

สองล้อ..อวบอิ่ม..เต็มวง..พอดีซู้ม ดูสปอร์ตขึ้นดี..สมกับเป็น motard

สรุปง่าย  ๆกับยางอินเดีย MRF ที่ติดรถเจ้า Duke200 ถือว่าโอเคเลยสำหรับยางถอดรถขายกันที่ไม่เกิน 3,000 กับขนาด 110/70  และ 150/60 คุ้มราคาค่าตัวจริง ๆ เป็นอีกทางเลือกสำหรับคนงบน้อยนะครับ..แต่ถ้าเป็นของใหม่ราคา เกิน 5,000 ผมคนไป อัลฟ่า 12 ดีกว่าเนื่องจากเพิ่มอีกนิดเดียวเอง ของดีราคาเหมาะสมก็มีนะครับ..อยู่ที่เราเลือก..แต่ถ้าใครเงินถุงเงินถึงก็จัดตะเกียบหักไปเลยก็ได้..ไม่ว่ากัน..แต่สำหรับผมแล้ว..แค่นี้ก็รองรับการใช้งานพร้อมที่จะผ่านหน้าฝนไปได้อีกซักสองปี....

update
ยางเส้นนี้เปลี่ยนช่วงเดือนกรกฏา 2012 ณ.วันนี้เดือน กรกฏา 2013 ตอนนี้ใช้ยางชุดนี้มาปีนึงพอดี ประมาณ 20,000 กิโล ดอกยางยังไม่หมด แต่เนื้อเริ่มแข็งที่ประมาณ 7-8 เดือน และตอนครบปี ก็เริ่มแตกลายงาแล้ว สรุปว่า..ยางรุ่นนี้การใช้งานดีที่สุดน่าจะอยู่ราว ๆ ปีนึง ถ้าเกินนี้ก็เนื้อแข็งไม่เกาะเท่าที่ควร ตอนนนี้ก็รอเวลาอีกนิดกะลังจะเปลี่ยนยางไปลองรุ่นอื่น ๆ บ้าง แล้วจะมาเล่าให้ฟังในคราวต่อไปนะครับ

โช้ค แบรนด์ทางเลือก ดีมั๊ย

โช้ค แบรนด์ทางเลือก ดีมั๊ย ในที่นี้หมายถึง  โช้คแบรนด์แปลก ๆ ที่เราไม่ค่อยคุ้นหู และสังเกตุได้ว่า  รูปแบบโช้ค และหน้าตา จะเหมือน ๆ กัน ในหลา...