17 พฤษภาคม 2556

honda sh150

 Honda sh150 หรูหรา สไตล์อิตาลิ


 All in one dual grand headlight
ชุดไฟฟ้าดีไซน์ล้ำที่นิยมในยุโรป สง่างามลงตัวรับกับเฟรมรถ พร้อมไฟเลี่ยวสไตล์โฉบเฉี่ยว สะกดทุกสายตา ด้วยเอกลักษณ์อันล้ำค่าจากโลโก้ sh ที่ไฟหน้า ส่วงสว่างกว้างไกล เห็นได้ชัดเจนแม้ขับขี่ในยามค่ำคืน


 เผยความโดดเด่นเหนื่อใคร สไตล์คุณ
honda sh150 สุนทรีภาพใหม่แห่งการขับขี่ที่สะท้อนรสนิยมหรูของผู้ครอบครอง โดดเด่น ตราตรึงทุกสายตา ด้วยดีไซน์ล้ำหน้ามีระดับตามแบบฉบับสใตล์ยุโรป ให้คุณก้าวล้ำนำใคร กับเทคโนโลยีแห่งการขับขี่ที่สมบูรแบบ ขับเคลื่อนเต็มสมรรถนะ เผยความโดดเด่นเหนือใครสไตล์คุณ


 body mount meter
แผงหน้าปัดหรูสไตล์ยุโรป บ่งบอกทุกรายละเอียดได้ชัดเจนสบายตา ครบครัน ทุกฟักก์ชั่น ทั้งเรื่อนไมล์ดิจิตอล ไฟแสดงระบบ idiling stop และระบบ ODO METER ที่สามารถวัดระยะทุกการเดินทางของคุณและมาตรวัดความร้อนที่มาพร้อมไฟสัญญาณเตือนการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง


 Tail Light
ชุดไฟท้ายดีไซน์เหนื่อระดับ ถอดแบบความหรูจากยนตรกรรมระดับพีเมียม เห็นชัดทุกองค์ศา เพิ่มความปลอดภัยให้ทั้งผู้ขับขี่ และผู้ที่ขี่ตามหลัง พร้อมที่จับหลังขนาดใหญ่ รองรับการติดตั้ง Top Box


 Combined Brake system
ระบบคอมบายเบรก พร้อมดิสก์หน้า-หลัง หนึ่งเดียวในคลาสรถจักรยานยนต์รุ่น 150ซีซี เอ.ที. ที่เพิ่มความอุ่นใจอีกขั้นด้วยดิสก์เบรกหน้า-หลัง หยุดสนิทมั่นใจ ปลอดภัยทุกการขับขี่มาตรฐานเดียวกันที่ยุโรป


 Comfort Seat
เพิ่มความสะดวกสบายทั้งผู้นั่งและผู้ซ้อนท้าย ด้วยเบาะนั่งที่ดีไซน์ Tandem Seat รอมรับทุกสรีระ ให้ทุกช่วงเวลาในการเดินทางคือช่วงเวลาแห่งความสะดวกสบายชั้นเลิศ


 Luggage Box
ที่เก็บสัมภาระใต้เบาะขนาดกว้างขึ้น ขยายพื้นที่ในการเห็บหมากกันน๊อกใหญ่ขึ้น ด้วยขนาดความจุที่มากกว่า 30 ลิตร สามามารถเก็บหมวกกันน๊อกได้เต็มใบ พร้อมถังน้ำมันขนาดใหญ่ 7.5 ลิตร


Console Box
ตอบรับความสะดวกสบายอีกขั้นกันที่เก็บของคอนโซลซ้าย พร้อมฝาเปิด-ปิดและตะขอแขวนแบบล๊อกได้

 Side stand switch
สวิตซ์ที่ช่วยตัดการทำงานของเครื่องยนต์เมื่อเอาขาตั้งลงเพื่อป้องกันเหตุไม่คาดคิดจากการเผลอบิดคันเร่งขณะจอดรถ


Foot Rest
ที่พักเท้าคนซ้อน ดีไซน์ลงตัว วางเท้าได้สบาย พับเก็บได้สะดวก



 ของแต่งจาก H2C เพียบ


 มีให้เลือก 2 สี



เครื่องยนต์
ระบบ ESP:Enhanced smart power
หัวใจสำคัญของความแรงยุคใหม่
พัฒนาขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบในทุกรายละเอียด เพื่อประสิทธิภาพการทำงานทั้งระบบ ขับเคลื่อนเต็มพลัง ประหยัดน้ำมันยิ่งกว่า เพิ่อความตื่นเต้น เร้าใจในการขับขี่อย่างแท้จริง esp enhanced smart power มาตรฐานใหม่แห่งสมรรถนะ จากการรวมทุกเทคโนดลยีล้ำหน้าของฮอนด้าไว้ในหนึ่งเดียว

ระบบจ่ายน้ำมันแบบหัวฉีด PGM-Fi
150cc PGM-fi
จ่ายนำมันเที่ยงตรง แรงเร้าใจ ไอเสียสะอาด ผ่านมาตรฐานไอเสียระดับ 6 และมาตรฐานไอเสียระดับสากล EURO3 พร้อมระบบระบายความร้อยด้วยน้ำแบบ Built-in Liquid Cooled


ข้อมูลทางเทคนิค : Specifications



ขอบคุณ : http://www.aphonda.co.th/product/2013/sh150i/index.asp

02 เมษายน 2556

yamaya fino fi

 ฟีโน่หัวฉีด ใหม่ อีกระดับของความรู้สึก
All New Fino All New Feeling



 YMJet Fi 55.75 km/l



 ฟีโน่หัวฉีด อีกระดับของความรู้สึก
Born To Be Different
ฟีโน่...จุดกำเนิดออโตเมติแฟชั่นสไตล์โมเติดร์นคลาสสิค ที่ปลุกกระแสและเป็นผู้นำรถออโตเมติกของเมืองไทย

ฟีโน่...จุดกำเนิดเทรนด์ใหม่ของวงการมอเตอร์ไซด์ ที่ตกแร่งบ่องบอกความเป็นตัวตนในสไตล์ของตัวเองได้ จนเกิดฟีเวอร์ขึ้นทั่วประเทศ

ฟีโน่...จุดกำเนิด FINO Club สังคมใหม่ของผู้ที่ขื่นชอบความแตกต่างในสใตล์เดียวกัน

มากกว่า  1,500,000 คัน ด้วยกิจกรรมสร้างสรรค์มากมายอย่างต่อเนื่อง
ถึงเวลาแห่งการกำหนดแทรนด์ใหม่ให้กับเมืองไทยอีกครั้ง
ยามาฮ่า ฟีโน่ หัวฉีด เหนือกว่าด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำและดีไซน์ขั้นเทพ lnvv


 Answer Back System
คันแรกในประเทศไทย กุญแจรีโมทอัจฉริยะสุดล้ำ ปิ๊ป ปิ๊ป กดปุ๊บ ตอบปั๊บ จอดไหนก็หาเจอ



 ไฟหน้า Diamond Shap เอกลักษณ์ใหม่ เจิดจ้า เข้าตาเต็ม ๆ



All Technology เทคโนโลยีใหม่ อีกระดับกับความประหยัดสไตล์ lnvv
 side stand switch ขาตั้งข้างนิรภัย เพื่อความปลอดภัย ตัดสวิตซ์ทำงานของเครืองยนต์ทันทีที่เอาขาตั้งลง
ออโตเมติก CVT 115cc New GEN เครื่องยนต์ 115 ซีซี ออกตัวนุ่มนวล บิดมันส์แต่ประหยัดสุด ๆ
ระบบหัวฉีดอัจฉริยะ ยามาฮ่าเอ็มเจ๊ด YMJet_Fi ประหยัดน้ำมันสูงสุด 55.75 กม/ลิตร ควบคุมด้วยลิ้นปีกผีเสื้อ 2 ตัว ฉีดน้ำมันให้เหมาะสม ทั้งขณะวิ่ง และจอดติด พร้อมหัวฉีดอัจฉริยะฉีดละออกน้ำมันได้ละเอียดกว่าหัวฉีดทั่วไป

ระบายความร้อนได้ดีกว่ากระบอกสูบทั่วไป กระบอกสูบผลิตจากอลูมินัมผสมซิลิคอน ทนทาน พร้อมกับลูกสูบอลูมิเนียมอัดขึ้นรูป ช่วยประหยัดน้ำมันมากกว่ากระบอกสูบทั่วไป

ท่อไอเสียดีไซด์ใหม่ ค่าไอเสียเหนือมาตรฐานระดับ6 บำบัดไอเสียให้ต่ำกว่าค่าไอเสียมาตรฐานระดับ 6 ทุกคันพร้อมแผงกันความร้อนดีไซนด์ Leaf Shape

กุญแจส่งสัญญานบอกตำแหน่งรถ กุญแจรีโมทอัจฉริยะแบบรถยนต์ เพียงกด สัญญานจะดังขึ้น พร้อมไฟกระพริบบอกตำแหน่งทันที พร้อมระบบปิดรูกุญแจอัตโนมัติ




 All New Design ดีไซน์ใหม่ อีกระดับของความลงตัวสไตล์ lnvv
S-Curve Design โฉบเฉี่ยวโมเดิร์นทุกมิติ บอร์ดี้ดีไซน์แบบตัว S เส้นสายโฉบเฉี่ยวสัมพันธ์กันทุกส่วน
Mega Box 7.2 ลิตร ไซส์ใหญ่จุได้สะใจ ที่เก็บของใต้เบาะพื้นที่ขนาดใหญ่ขึ้นอีก 80% เปิดง่าย ใช้สะดวก เพียงบิดกุญแจก็ปลดล๊อกเปิดเบาะได้ทันที
เรือนไมล์แยกส่วน Duo Meter
Dimond Shap เอกลักใหม่ล่าสุด ดีไซน์ล้ำทุกเหลี่ยมมุม หลอดไฟแบบฮาโลเจนสว่างเจิดจ้า พร้อมกระจกมาข้างสีเดียวกันตัวรถ
ไฟท้าย Jevelry Look ส่องประกายสุดเก๋

มีให้เลือกหลายสี



ข้อมูลทางเทคนิก : Specifications




ขอบคุณ : http://www.yamaha-motor.co.th/Product/Product.aspx?ProductID=119

28 มีนาคม 2556

Top 10 Best Superbike 2012



2012 Ducati 1199 Panigale
     ซูเปอร์ไบค์เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด และถือได้ว่าเป็นสุดยอดเทคโนโลยีล่าสุดที่ค่าย Ducati บรรจุลงไปในรถโมเดลนี้ เพื่อหวังสร้างอิมเมจและโชว์ศักยภาพที่เหนือกว่าคู่แข่งในปัจจุบัน Ducati 1199 เป็รโมเดลที่ต่อยอด (บางส่วน) มาจากรุ่น 1198 ที่เคยได้รับการกล่าวขานว่าเป็น “สุดยอดซูเปอร์สปอร์ตแห่งยุค”
     Ducati 1199 Panigale S ใช้เครื่องยนต์ Superquadro แบบ L-Twin 90 องศา 4 วาล์วต่อสูบ ระบายความร้อนด้วยน้ำ ขนาดกระบอกสูบ x ช่วงชัก 112 x 60.8 มม. ให้พละกำลังสูงสุด  195 แรงม้า (143 Kw) ที่ 10,750 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 98.1 lb-ft. (132 Nm) ที่ 9,000 รอบ/นาที  โดยมีจุดเด่นอยู่ที่ระบบกันสะเทือน ซึ่งเป็นเจเนอเรชั่นใหม่ของ Ohlins NIX30, TTX36 ที่ควบคุมด้วบระบบไฟฟ้า รวมถึงโครงสร้าง Monocoque aluminum ที่ออกแบบและเลือกสรรวัสดุระดับเทพ และสวิงอาร์มใหม่ (Single-sided swingarm) โดยมีการขยายให้ยาวกว่าโมเดล 1198 ถึง 39 มม. พร้อมทั้งมีการนำเทคโนโลยีที่ระดับไฮเอ็นท์มาเสริมแบบเต็มพิกัด ไม่ว่าจะเป็นระบบ DTC, DQS, EBC, DES และระบบเบรก ABS รวมถึงโหมดการขับขี่ควบคุมด้วยอิเล็คทรอนิค Rtde-y-Wire (RbW) จึงทำให้ Ducati 1199 Panigale S เป็นสุดยอดแห่งรถซ๔เปอร์สปอร์ต....





2012 Aprilia RSV4 R APRC
     เผยโฉมออกมาอย่างรวดเร็วสำหรับเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดของ Aprilia RSV4 หลังจากที่เวอร์ชั่น “R” ออกมาได้ไม่นาน ซึ่งยังคงใช้พื้นฐานเดิมของ  RSV4 Factory ซูเปอร์ไบค์ตัวแรงแห่งเซอร์กิต และตำแหน่งแชมป์โลกซูเปอร์ไบค์ 2010 โดยเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด RSV4R APRC มีการปรับเปลี่ยนรูปโฉมเล็กน้อย แต่มาเน้นที่สมรรถนะการขับขี่ที่ว่ากันว่า “ดีที่สุดในโลก
     สำหรับเวอร์ชั่น APRC ที่ย่อมาจาก Aprilia Performance Ride Control เป็นการยืนยันถึงประสิทธิภาพในการขับขี่  เป็นระบบการควบคุมการขับขี่ด้วยระบบอิเล็คทรอนิคแม็กนีติก  ที่สามารถแปรผันและปรับเปลี่ยนได้ถึง 8 ระดับ เพื่อความเสถียรภาพและปลอดภัยสูงสุด  ซึ่งสามารถเลือกโหมดการขับขี่หลักได้ถึง 3 แบบ คือ T (Track), S (Sport), R (Road) เสริมด้วยเทคโนโลยี Full Ride-by-Wire จึงทำให้การขับขี่มีความง่ายยิ่งขึ้น  ส่วนเครื่องยนต์ก็ถือว่าสุดยอด เพราะเป็นบล็อคเดียวกับ RVS4R Factoty WSB เป็นเครื่องยนต์ 65° V4 cylinder แผ่นวาล์วใช้วัสดุ Titanium และ Nymonic จ่ายเชื้อเพลิงแบบ 8 อินเจ็คชั่น  (/2 อินเจ็คชั่นต่อสูบ) ปริมาตรกระบอกสูบ 999.6 ซีซี. ให้กำลังสูงสุด 180 Hp ที่ 12,250 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 115 Nm ที่ 10,000 รอบ/นาที นับได้ว่า...เป็นสุดยอดแห่งรถซูเปอร์ไบค์อีกเวอร์ชั่นหนึ่ง









2012 Yamaha YZF-R1
     เป็นอีกโมเดลหนึ่งที่โลดแล่นบนเซอร์กิตโลก โดยเฉพาะในราบการ World Superbike และเคยครองบัลลังก์แชมป์โลกมาแล้ว จากฝีมือของ Ben Spise แม้ว่าในปีที่ผ่านมาจะได้เพียงแค่ตำแหน่งรองแชมป์โลก แต่ก็เป็นทำให้คู่แข่งต้องหวั่นไหวไปตามๆ กัน
     สำหรับเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดของ Yamaha YZF-R1 นอกเหนือจากเทคโนโลยีที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากสนามแข่ง WSB แล้ว ยังนำทเคโนโลยีใหม่ล่าสุดในสนามแข่ง Moto GP ของรุ่น M1 ที่ติดตั้งในรถแข่งตัวใหม่ล่าสุดเลยทีเดียว  โดยเครื่องยนต์เป็นแบบ Ultra-lightweight DOHC 16 วาล์ว วางเอียง 40 องศา ปริมาตรกระบอกสูบ 998 ซีซี.  แผ่นวาล์วแบบไททาเนียมขนาด 31 มม. และมีการปรับปรุงกล่อง ECU ใหม่ ที่ว่ากันว่า “สั่งงานได้รวดเร็วและแม่นยำ” ด้วยระบบไมโครคอมพิวเตอร์ 32 บิท พร้อมด้วยเทคโนโลยีระดับไฮเอ็นท์ที่เป็นตัวช่วยอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นระบบ YCC-I (Yamaha's Chip Controlled Intake), YCC-T (Yamaha Chip Control Throttle) สมรรถนะโดยรวมถือได้สุดยอดจนแทบจะหาคู่แข่งจับตัวได้ยาก  ดังนั้น เมื่อความแรงจัดจ้านที่เพิ่มขึ้นจึงมีการปรับปรุง Ram Air และท่อไอเสียใหม่หมด โดยใช้แบบเดียวกับ M1 จึงทำให้กลายเป็น...สุดยอดซูเปอร์ไบค์ที่ทุกคนต่างรอดูผลงาน...





2012 BMW S1000RR

     หลังจากที่เปิดตัวไปครั้งแรกเมื่อปี 2009 สำหรับ S1000RR ก็ถือได้ว่าประสบความสำเร็จอย่างสูงทั้งในยุโรปและอเมริกา แม้ว่าจะยังไม่ประสบความสำเร็จในสนามแข่งก็ตาม แต่ด้วยดีกรีของ BMW Motorrad ก็เรียกศรัทธาและการนอมรับมากกว่าปกติ และเมื่อเราเจาะลึกเข้าไปถึงเทคโนโลยีและสมรรถนะแล้ว ก็ต้องบอกว่า S1000RR คือจ้าวแห่งซูเปอร์สปอร์ตตัวจริง
     สำหรับโมเดลใหม่ล่าสุด ก็ยังคงใช้เครื่องยนต์ตัวเดิม เป็นเครื่องยนต์ 4 สูบ DOHC (4 วาล์วต่อสูบ) ปริมาตรกระบอกสูบ 999 ซีซี. มีน้ำหนักเพียงแค่ 59.8     กก. แต่ให้กำลังที่ออกมาถึง 193 แรงม้า (142 Kw) ที่ 13,000 รอบ/นาที แรงบิดที่ 112 Nm ที่ 9,750 รอบ/นาที นอกจากนั้นเพื่อความสะดวกยังมีการเพิ่มโหมดการขับขี่ ไม่ว่าจะขับขี่ในสไตล์ Sport, Rain, Race และ Slick นอกเหนือจากนั้นยังมีระบบ Dynamic Traction Control (DTC) และระบบเบรก ABS ที่ถือได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ที่เหนือกว่าที่ประจำการในรถ BMW เกือบทุกรุ่น  ส่วนโครงสร้างใช้อลูมิเนียมในแบบ Bridge frame โช้คอพัหน้าแบบหัวกลับขนาด 46 มม. ผสานกับ Two arm swinging fork ทำให้การทรงตัวยอดเยี่ยม และกฌถือได้ว่าเป็นจุดเด่นที่เหนือกว่าคู่แข่ง





2012 KTM 1190 RC8R

     นับได้ว่าเป็นรถซุเปอร์สปอร์ตที่น่าจับตามมองอย่างยิ่ง ด้วยความแตกต่าง และรูปโฉมที่ออกไปในแนวสปอร์ตเต็มทุกอณู รวมถึงสีสรรที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ KTM และแน่นอนว่า... KTM 1190 RC8R เวอร์ชั่น 2012 ย่อมต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
     KTM 1190 RC8R ยังคงเลือกใช้เครื่องยนต์ที่แตกต่างจากคู่แข่ง เป็นการพัฒนาของ LC8 V-Twin คือเป็นเครื่องยนต์  V 75° 4 จังหวะ 2 สูบ ปริมาตรกระบอกสูบ 1,195 ซีซี. ขนาดกระบอกสูบ x ช่วงชัก 105 x 69 มม. ให้พลักำลังสูงสุด 175 แรงม้า (129 kW) ที่ 10,250 รอบ/นาที  แรงบิดสูงสุด 127 Nm ที่ 8,000 รอบ/นาที อันตราส่วนกำลังอัด     13.5 : 1  ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิดแบบหัวฉีด Keihin EFI ระบบกันสะเทือนหน้าแบบ  Monoshoch ด้านหลังเป็นแบบ Monobloc (2 x Brembo four piston)  ความจุถังน้ำมัน 16.5 ลิตร และมีน้ำหนักตัวเพียงแค่ 182 กก. จึงทำให้ความเร็วสูงจนได้รับฉายาว่าเป็น Hypersport







2012 Honda CBR1000RR
     แทบไม่น่าเชื่อว่า CBR1000RR จะเป็นรถซูเปอร์สปอร์ตที่อยู่ในไลน์การผลิตมายาวนานถึง 20 ปี ซึ่งแน่นอนว่าตลอดระยะเวลา 20 ปี รถรุ่นนี้จะสามารถยึดครองตลาดได้แบบเข้าเป้าเสมอมา นั่นกฌคงเป็นเพราะสมรรถนะที่ยอดเยี่ยม อีกทั้งมีการพัฒนาปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง จนมาถึงเวอร์ชั่นล่าสุดของปี 2012
     Honda CBR1000RR C-ABS โมเดลใหม่นี้ถือได้ว่าเป็นการผสมผสานที่ลงตัวที่สมบูรณืแบบที่สุดของ ความแรง สมรรถนะ ความปลอดภัย และรูปลักษณ์มากที่สุด โดยเครื่องยนต์ยังคงใช้ตัวเดิมแบบ 4 สูบ 16 วาล์ว (4 วาล์วต่อสูบ) ปริมาตรกระบอกสูบ 999 ซีซี. ระบายความร้อนด้วยน้ำ ขนาดกระบอกสูบ x ช่วงชัก 76 x 55.1 มม. อัตราส่วนกำลังอัด 12.3 : 1 โครงสร้างใช้อลูมิเนียมทั้งหมดแบบ  twin-spar chassis  สำหรับในจุดที่มีการปรับเปลี่ยนใหม่ก็คือ โช้คอัพทั้งหน้าและหลัง โดยด้านหน้าเป็นแบบ Uni Pro-Link ส่วนด้านหลังเพิ่มขนาดกระบอกโช้คให้ใหญ่ขึ้น, ล้อเป็นแบบอลูมิเนียม 21 ก้าน, ปีดโดมิเตอร์เป็นจอ LCD มัลติฟังค์ชั่น พร้อมทั้งเพิ่มระบบเบรก ABS ซึ่งแน่นอนว่า...ด้วยการพัฒนาปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง โยเฉพาะเวอร์ชั่น 2012 น่าจะเป็นเวอร์ชั่น “ฉลอง 20 ปี” ที่ตลาดจะไปได้ดีกว่าเวอร์ชั่นก่อนหน้านี้อย่างแน่นอน..







2012 Suzuki GSX-R1000
     โมเดล GSX-R น่าจะเรียกได้ว่าเป็นตำนานของรถซูเปอร์สปอร์ตที่ได้รับการยอมรับในเรื่องความแรงที่มาใครมาทาบรัศมี โดยเฉพาะหากเทียบกับแบบ ซีซี. ต่อ ซีซี. แล้ว GSX-R เกือบทุกโมเดล “กินขาด” และสำหรับโมเดลใหม่สุดในระดับพรีเมี่ยม 2012 Suzuki GSX-R1000 ก็ถือได้ว่า...เยี่ยมยุทธ์มากขึ้นกว่าเดิมอีกหลายขุมกำลัง เนื่องจากทีมงาน R&D Suzuki ทุ่มเมพัฒนา และนำเอาข้อดีที่ผ่านการทดสอบมาแล้วของ GSV-R ทั้งจากสนามแข่ง Moto GP, Superbike, Supersport และ Endurance มาบรรจงใส่แบบเต็มรูปแบบ  ไม่ว่าจะเป็นท่อสูตรไททาเนียมระบบ SET 4-2-1  โครงสร้างใหมา, ระบบกันสะเทือนหน้า-หลังใหม่, รวมถึงการใส่ระบบช่วยต่างๆ ส่งผลให้น้ำหนักลกงกว่าเดิมถึง 11% พร้อมๆ กับพละกำลังและความแ รงที่เพิ่มขึ้นทั้งในรอบต่ำและรอบสูง
     โดยเครื่องยนต์ โมเดลนี้เป็นเครื่องยนต์ 4 จังหวะ DOHC 4 สูบ มีการปรับกล่องสมองกล ECU ใหม่หมด รวมถึงมีการเพิ่มระบบต่างๆ โดยเฉพาะโช้คอัพแบบ BPF จาก Showa เพิ่มการควบคุมระบบไฟฟ้าแบบ ECM และระบบ Ram-Air แบบ SDTV รวมไปถึงระบบการขับขี่ S-DMS ซึ่งทั้งหมดมีส่วนช่วยให้สมรรถนะของเจ้า GSX-R1000 ยังคงรักษาความเป็น...สุดยอดซูเปอร์สปอร์ตได้อย่างแน่นอน..







2012 MV Agusta F4R
     โมเดลศักดิ์ศรีสำหรับรถซูเปอร์สปอร์สายพันธุ์แรงจากอิตาลี ซึ่งไม่ว่าจะออกมากี่เวอร์ชั่น ก็ต้องพกพามากับคำว่า “แรงที่สุด” นั่นก็คือค่าย MV Agusta ซึ่งรถแต่งละรุ่นแม้ว่าจะออกมาค่อนข้างน้อย แต่เมื่อเปิดตัวมาก็เรียกเสียงความฮือฮาทุกครั้งไป โยเฉพาะกับโมเดลล่าสุด 2012 MV Agusta F4R ซึ่งถือได้ว่าเป็นอาวุธ
     หัวใจสำคัญของ MV Agusta F4R ก็คือเครื่องยนต์ที่ว่ากันว่า “ยอดเยี่ยม” เป็นเครื่องยนต์  Corsa Corta 4 สูบ 16 วาล์ว (4 วาล์วต่อสูบ) DOHC ปริมาตรกระบอกสูบ 998 ซีซี. ขนาดกระบอกสูบ x ช่วงชัก 79.0 x 50.9 มม. ระบบจ่ายน้ำมันแบบหัวฉีด Double fuel injectors พร้อมด้วยระบบ TSS (Torque Shift System) ส่งผลให้มีกำลังมากที่สุดในบรรดาซูเปอร์ไบค์ในพิกัดเดียวกัน คือให้แรงม้าสูงสุดถึง 195.2 hp ที่ 13,000 รอบ/นาที และแรงบิด 112 Nm ที่ 9,100 รอบ/นาที แต่หากยังไม่สะใจก็สามารถอัพเกรดเป็นเวอร์ชั่น RR ที่เพิ่มแรงม้าเป็น 201 ph เรียกได้ว่า “แรงจนเอาไม่อยู่” สำหรับจุดเด่นอื่นๆ ก็ยังคงเต็มสมรรถนะเหมือนเดิม เริ่มตั้งแต่โครงสร้างที่เพรียวลู่ลม ด้วยเฟรมรถที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ ตัวถังอลูมิเนียมมวลเบา โช้คอัพที่ออกแบบเป็นพิเศษจาก Marzocchi  ส่วนน้ำหนักตัวรถค่อนข้างเบาเพียงแค่  192 กก. ดังนั้น ความเร็วที่พุ่งทะยานออกมาจึงมากกว่า 297 กม./ชม. ซึ่งถือว่า....แรง เร็ว ไร้เทียมทาน..








2012 Kawasaki Ninja ZX-6R
     เมื่อพูดถึงรถในคลาส 600 ซีซี. ก็คงต้องกล่าวถึง สุดยอดสุดเปอร์สปอร์ตในคลาสนี้ ที่ถือได้ว่าเคยครองตลาด และความนิยมมากที่สุดในโลก นั่นก็คือ รถในตระกูล ZX-6R ซึ่งโด่งดังมาตั้งแต่ปี 1985 กับโมเดล ZX600-A1  แต่สำหรับโมเดลใหม่สุดที่ถือได้ว่าเป็น Performance Edition ยิ่งทวีความสุดยอดขึ้นไปจากเดิมแบบ ”ทะลุมิติ”
     Ninja ZX-6R ใช้เครื่องยนต์แบบ 4 จังหวะ DOHC 4 สูบ 16 วาล์ว (4 วาล์วต่อสูบ) ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 599 ซีซี. ขนิดกระบอกสูบ x ช่วงชัก 67.0 x 42.5 มม. ระบบจ่ายน้ำมันแบบหัวฉีด EFI (Keihin ø38 mm x 4) มีการพัฒนาชุดลูกสูบและระบบจ่ายน้ำมันใหม่  ให้ความแรงที่เร้าใจสุดๆ ถึง 134PS (with RAM Air) หรือ 98.5 kW ที่ 14,000 รอบ/นาที และให้แรงบิดถึง 66.7 Nm อัตราว่วนกำลังอัด 13.3 : 1 ส่วนในเรื่องสมรรถนะการขับขี่ก็ค่อนข้างโดดเด่น เพราะโมเดลนี้จะเน้นทั้งในรูปแบบ Race & Track รวมถึงในแบบ Streed ให้การควบคุมที่ง่าย การทรงตัวมั่นคงในระบบออโร่ไดนามิคที่เป็นเอกลักษณ์ของรถในตระกูล ZX พร้อมทั้งปรับตำแหน่งเบาะในต่ำลง ส่วนระบบกันสะเทือนมีการปรับปรุงใหม่ ใช้แบบ BPF (Big Piston Front fork) จาก Showa ซึ่งด้านหน้าใช้ขนาด 41 มม. โดยด้านหลังเสริมด้วยโช้คแก๊ส Bottom-Link Uni-Trak เชื่อขนมกินได้เลยว่า....เจ้านิจจา ZX-6R จะยังคงครองตลาดรถในคลาสนี้ไปอีกนานพอสมควร...







2012 Triumph Daytona 675
     จากรถซูเปอร์ไบค์ขนาด 1 ลิตร ก็มาถึงซูเปอร์ไบค์ขนาดมิดเดิ้ลเวท 600 ซีซี. กันบ้าง  และแม้ว่าจะเป็นพิกัดขนาดเล็ก แต่สำหรับ Triumph Daytona 675 กลับได้รับฉายาว่า “King of Supersports” เนื่องจากสมรรถนะและรูปโฉมที่เป็นซูเปอร์สปอร์ตอย่าแท้จริง จึงเป็นที่หมายปองของชาวซูเปอร์ไบค์มากเป็นพิเศษ
     แม้ว่า Triumph Daytona 675 จะออกสู่ตลาดมาแล้ว 4 ปี แต่ก็มีการพัฒนาต่อยอดเป็นระยะ โดยเฉพาะในเวอร์ชั่น 2012 ถือได้ว่าเป็นการปรับโฉมครั้งใหญ่เลยทีเดียว  มีการออกแบบสำหรับ Supersport World Championship เริ่มตั้งแต่เครื่องยนต์ขนาดเบา แต่สมรรถนะเทียบขั้นรุ่นใหญ่ โดยเป็นเครื่องยนต์ 3 สูบ ที่เป็นเอกลักษณ์ของค่ายไทรอัมฟ์  12 วาล์ว DOHC ระบายความร้อนด้วยน้ำ  ปริมาตรกระบอกสูบ 675 ซีซี. ให้กำลังสูงถึง 125 PS ที่ 12,600 รอบ/นาที และแรงบิดอยู่ที่ 72 Nm โครงสร้างพัฒนาใหม่แบบ Aluminium beam twin spar ระบบกันสะเทือนหลังปรับมาใช้ Kayaba monoshock เรื่องยางก็มีการปรับเปลี่ยนมาใช้ยางที่ได้รับการพัฒนาใหม่จาก Pirelli เป็นรุ่น Super Corsa SP tyres สามารถรองรับความเร็วสูงโดยเฉพาะ  น้ำหนักโดยรวมของ Daytona 675 เบาเพียงแค่ /162 กก. ดังนั้น จึงสามารถรีดความเร็วได้ค่อนข้างสูงชนิดจมไมล์เลยทีเดียว..




ขอบคุณ : http://www.cycle-road.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=539364135&Ntype=7






26 กุมภาพันธ์ 2556

โมโตครอสชิงแชมป์โลก Thai MXGP


ใกล้เข้ามาแล้วสำหรับรายการแข่งขันระดับโลกที่จัดขึ้นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ประเทศไทย "FIM MOTOCROSS WORLD CHAMPIONSHIP OF THAILAND" 8-9-10 มีนาคมนี้ ที่นิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง และได้รับการบรรจุเป็นหนึ่งในรายการสะสมคะแนนชิงแชมป์โลก รายละเอียดต่าง ๆ ตามlink ไปดูกันเอาเองนะคร๊าฟฟฟฟ ที่ http://www.thaimxgp.com/

แต่ก่อนจะไปดูรายการระดับโลกแบบนี้เรามาปูพื้นกันก่อนว่ามีอะไรที่ควรรู้บ้าง จะได้ดูกันได้เข้าใจเกมส์ และได้อรรถรสมากขึ้น
โปรแกรมการแข่งขันจะมี 3 วัน คือ

ศูกร์ที่ 8th March 2013
13:00 Hrs. Honda CRF 250L Practice (ซ้อมอิสระ)
13:40 Hrs. PTT Thailand Open Practice (ซ้อมอิสระ)
16:00 Hrs. HONDA CRF 250L Qualifying Race (แข่งรอบคัดเลือก)
16:30 Hrs. PTT Thailand Open Qualifying Race (แข่งรอบคัดเลือก)



เสาร์ที่ 9th March 2013
09:30 Hrs. MX2 Practice (ซ้อมอิสระ)
10:15 Hrs. MX1 Practice (ซ้อมอิสระ)
11:20 Hrs. Honda CRF 250L Warm-up (วอร์ม-อัพ)
11:45 Hrs. PTT Thailand Open Warm-up (วอร์ม-อัพ)
13:15 Hrs. MX2 Pre-Qualifying Practice (ซ้อมอิสระ)
14:00 Hrs. MX1 Pre-Qualifying Practice (ซ้อมอิสระ)
14:50 Hrs. Honda CRF 250L Race1 (แข่งขันเรซที่ 1)
16:00 Hrs. MX2 Qualifying Race (แข่งรอบคัดเลือก)
16:50 Hrs. MX1 Qualifying Race (แข่งรอบคัดเลือก)
17:50 Hrs. PTT Thailand Open Race1 (แข่งขันเรซที่ 1)


อาทิตย์ที่ 10th March 2013
08:00 Hrs. Honda CRF 250L Warm-up (วอร์ม-อัพ)
08:25 Hrs. PTT Thailand Open Warm-up (วอร์ม-อัพ)
09:00 Hrs. MX2 Warm-up (วอร์ม-อัพ)
09:30 Hrs. MX1 Warm-up (วอร์ม-อัพ)
10:05 Hrs. Honda CRF 250L Race2 (แข่งขันเรซที่ 2)
10:50 Hrs. PTT Thailand Open Race2 (แข่งขันเรซที่ 2)
12:00 Hrs. MX2 Grand Prix Race1 (แข่งขัน กรังซ์ปรีด์ เรซที่ 1)
13:00 Hrs. MX1 Grand Prix Race1 (แข่งขัน กรังซ์ปรีด์ เรซที่ 1)
14:20 Hrs. MX1/2 Last Chance Race (แข่งขัน รอบโอกาสสุดท้าย)
16:00 Hrs. MX1/2 SUPER FINAL (แข่งขัน กรังซ์ปรีด์ รอบชิงชนะเลิศ)

ที่น่าสนใจคือรุ่นการแข่งขัน MX1 และ MX2
MX2 คือ นักแข่งจะใช้รถที่มีความจุซีซี ไม่เกิน 250 ซีซี และอายุไม่เกิน 23 ปี
MX1 คือ นักแข่งจะใช้รถที่มีความจุซีซี ไม่เกิน 450 ซีซี และไม่จำกัดอายุ

และทั้งสองรุ่นก็มีนักแข่งแนวหน้าของไทยที่ได้ Wildcard หรือ บัตรผ่านพิเศษในฐานะเจ้าภาพ เข้าร่วมการคัดเลือกด้วย อ่านดี ๆ นะครับ ได้สิทธ์เข้าร่วมการคัดเลือกแต่ยังไม่ได้กระทบไหล่นักแข่งระดับโลกนะครับ เพราะต้องการการคัดเลือกโดยต้องทำเวลาในในรุ่นของตัวเองให้ได้ไม่เกิน 108% ของ เวลาเฉลี่ยนักแข่ง 10 คนแรกที่ได้เวลาดีที่สุด โอ้ว...แค่รอบคัดเลือกก็หนาวแล้ว...

ยังไงก็ไปเชี่ยร์น้อง ๆ พี่ ๆ คนไทยกันหน่อยนะครับ...ไม่ได้หวังอะไรมาก แค่ทำเวลาผ่านควอลิไฟได้ก็พอแล้ว






20 กุมภาพันธ์ 2556

มาฝึกดริฟแบบโมตาร์ดกันดีกว่า

ย้อนหลังไป 5-6 ปี ได้ดูคลิบyoutube ที่พวกทางฝั่งยุโรปนำรถ วิบาก มาใส่ล้อเรียบ แล้วขี่กันในสนามทางเรียบ หรือบางทีก็ขี่กันในสนามเรียบผสมทางฝุ่น มีเนินให้โดดกันแบบหนุกหนาน...ดูแล้วมันน่าสนุกดี แต่ที่เตะตา ติดใจสุด ๆ คือการเข้าโค้งแคบ ๆ ขอบรถประเภทนี้..โอ้วมันเร้าใจดีแล้ว..มีการสไลน์เข้าโค้ง..แบบว่า..อย่างเท่....หลังจากนั้นจึงตั้งใจว่าจะหารถแนวนี้...มาหัดขี่แบบนี้บ้าง

โอ้ว...เหมือนฟ้ามาโปรด..ประมาณปลายปี 2551 ถ้าจำไม่ผิด ทางkawasaki ได้เข็นเจ้า Dtracker 250 ออกมาขาย ตอนนั้นก็ถือเป็นตัวเลือกเดียว(ที่มีศูนย์และมีทะเบียน) ในตลาดที่ทำรถแนวนี้มาขายในประบ้านเรา ราคาก็ออกมาแรก ๆ ยังไม่ชิดก็เลยรู้สึกแพงไปนิด เพราะดันไปเที่ยบกับพวกรถอินวอยไม่มีทะเบียน ..แต่หลังจากศึกษาข้อมูลอยู่พักใหญ่ก็เลย...โดน..มาหนึ่งคัน พร้อมความหวังลึก ๆ ว่าอยากจะขี่สไลน์ แบบในyoutube แบบขำๆ กะเค้าบ้าง .....ว่าแต่จะไปฝึกที่ไหน หรือจะไปให้ใครสอน.....???

สำหรับคนนอกวงการรถแข่งอย่างเรา ๆ ยากมาที่จะหาคนมาแนะนำ คงต้องหัดเอง โดยหาข้อมูลจาก internet นี่ไหน ...ว่าแล้ว...ก็ เซิด ๆ  ๆ จะได้ข้อมูลหลักการมาคร่าว ๆ จากเวปต่างประเทศ และได้ไปเจอ คลิปแนะนำการ dift แบบโมตาร์ดอยู่คลิปนึง ชื่อ Driften mit dem Motorrad โดยอีตา Bernd Hiemer 
เจ้าของ Supermoto World Champion 2006 และกลับมาได้แชมป์อีกในปี 2008





จึงพอจับใจความได้คร่าว ๆ แต่ก็ยังมีบางอย่างคาใจอยู่นิดหน่อย...จะถามใครดีอ่าาาา

วันนึงเมื่อปีประมาณปลาย ๆ ปี 54 ม้างถ้าจำไม่ผิดนะ ทาง kawasaki ได้เปิด อบรม เทคนิคการขี่แบบ เอนดูโร่ ที่สนามบ่อดินหนองจอก แล้วได้ไปเข้าร่วมกิจกรรมครั้งแรกกับทางคาวา ได้ไปเจอพี่(พวกอาเฮียเค้าให้เรียกพี่..แต่ผมเรียกอาจารย์อย่างไม่เขิลเลย) ๆ หลาย ๆ ท่าน ได้ทำการแนะนำการขับขี่ที่ถูกต้อง มาทราบว่าเป็นกลุ่ม siam enduro ซึ่งผมก็ได้ใช้คำแนะนำดังกล่าวมาปรับปรุงการขับขี่ของตัวเอง..แล้วเกิดมาก็เพิ่งรู้นี่แหละว่า..ที่ขี่ ๆ มอไซด์มาตั้งประถมนี่...ผิดตลอด...ตอนแรกก็คิดว่าขี่แบบไหนก็ไปได้เหมือนกัน...ก็ถูกครับ..แต่ผมลองปรับท่าทาง ความคิด และลองขี่แบบถูกต้องตามพื้นฐานแล้ว รู้สึกได้เลยว่าสามามารถควบคุมรถได้ดีขึ้ ง่ายขึ้น อย่างชัดเจน...ก็กว่าจะได้ช่วงแรก ๆ ก็เล่นเอาเครียดเลย.....

นอกเรืื่องไปไกลเลย มาต่อเรื่องดริฟกันดีกว่า หลังจากงานคาวาที่บ่อดินครั้งนั้นก็ได้รู้จักกับ น้าบังฮีม ซึ่งเป็นนักแข่งทั้ง Motocross มาก่อน และที่สำคัญ แกเคยแข่ง SuperMoto อีกด้วย...เวลาผ่านไป กิจกรรมkawasaki ได้มีเรือย ๆ ทั้งปี ครั้งนึงที่สนาม Red Bull สมุทรปราการ ได้มีโอกาสคุยก็น้าฮีม แล้วถ้าเกี่ยวกับการดริฟแบบMotard ว่า มีหลักการยังไง..เพราะดูคลิปก็ยัง งงงง อยู่นิดหนอ่ย



ก็ได้รับการแนะนำอย่างถูกจุด และแก้ข้อข้องใจผมได้ทุกอย่างที่สงสัยเลย....จึ่งขออนุญาติสรุปประเด็นสำคัญของการ drift แบบ Motard ให้ผู้สนใจได้นำไปเป็นแนวทางการฝึกกัน




จากคลิปของอีตา Bernd Hiemer สรุปใจความได้ว่า

The most important thing is that the back wheel keeps spinning and never locks.
ทำไงก็ได้อย่าให้ล้อหลังล๊อกนะคร๊าฟฟฟ..เด่วงานงอก

Use the front brake first, then lift the clutch a bit and keep it in this position. then carefully use the rear brake
เบรกหน้าก่อนนิดหน่อย รักษาระดับการทรงตัวแล้วก็ ค่อย ๆ ใช้เบรกหลังนะคร๊าฟฟฟฟ

if you brake to hard the rear wheel locks and eventually breaks out and the motorbike becomes very unstable.
ถ้าเบรกหลังหนักไป ล้อก็จะล้อก..ก็ให้ยกเบรคนะครับ เพราะมันจะคุมรถยาก

if you are able to drift properly, you simply look much coaler than you mates.
ถ้าทำได้แบบเป็นธรรมชาติ ก็รับรองว่า...เท่..สุด ๆ  5555

ดูอีตา Hiemer อธิบายแล้วก็ยังงงงง นิดหน่อย มาฟังของน้าบังฮีมของเราดูบ้าง สรุปสั้น ๆ ได้ว่า
ก่อนเข้าโค้ง เลือกเกียร์ที่ถูกต้อง - หมายถึงเกียร์ที่เราคิดว่าจะใช้ออกโค้งนั่นแหละ มีหลาย ๆ ท่านเข้าใจผิดเพราะเห็นในคลิปว่าต้องลง 2 เกียร์ แต่ในความเป็นจริงจะลงกี่เกียร์ หรือไม่ลงเกียร์เลยก็ได้ แต่ต้องเลือกเกียร์ที่คิดว่าจะใช้ออกโค้ง

ใช้เบรกหลัง แต่อย่ากดหนักจะล้อล๊อกตาย-ก็ตามนี้..อย่าให้ล้อล็อก จริง ๆ ได้รับการขยายความจากน้าฮีมว่า ความหมายคือการกดเบรคหลังให้ล้อหลังหมุนช้ากว่าความเร็วของรถในขณะนั้น ซึ่งจะทำให้เกิดเสียงเหมือนเบรกล้อตาย จึงทำให้หลาย ๆ คนเข้าใจผิด เพราะล้อล็อกตายมันคุมรถได้ยากนะคร๊าฟฟฟ

สุดท้ายของผมเอง..แต่ไม่ได้คิดเองนะครับ...ประมวลมาจากเวปไซด์ต่าง ๆ ได้หลักการมาว่า การขี่แบบโมตาร์ด จริง ๆ แล้วมันคือการเอาเทคนิกของการขี่แบบโมโตครอส และเอนดูโร นั่นแหละ แต่นำมาขี่บนทางลาดยาง ซึงก็อาจใช้เทคนิดของทางเรียบในการเข้าโค้งกว้าง ๆ  แต่โค้งแคบก็ต้องเข้าแบบวิบาก ซึ่งการเบรถลึก ๆและเบรกหนักจนล้อเกือบล๊อก เป็นเทคนิกที่พวก Motocrosser ใช้กันอยู่แล้ว ซึ่งไม่ยากเลยที่Motocrosser จะขี่ดริฟmotard ได้ดูเป็นธรรมชาติ...

ยังมีอีกหลายอย่างที่ไม่สามารถอธิบายได้เท่าการไปลองฝึกดู...แต่สำหรับผมแล้วก็เริ่มที่ฝึกพื้นฐานแบบenduro+motocross ก่อน พอเริ่มชินกับการคุมรถขณะสไลด์บนพื้นดินแล้ว..ก็ไม่ยากเลยที่จะสไลด์บนทางลาดยาง เพี่ยงแต่ในความเร็วเท่ากัน ทางราดยางไปสไลน์ไปได้น้อยกว่า..จึงอาจต้องใช้ความเร็วมากกว่า ทำให้แอบกลัวเล็ก ๆ แต่มันก็คุมง่ายกว่าเช่นกัน...ดังนั้นถ้าใครจะฝึกก็ใส่อุปกรณ์ป้องกันกันเยอะ ๆ นะครับ.. ^&^

ขอบคุณ youtube, รูปจาก internet




14 มกราคม 2556

honda msx125



UNEXPEGTED STYLING WORLD'S EXCITE MINI BIKE
ครั้งแรกของโลกกับรถ Mini Street Extreme ถ่ายทอดความสปอร์ตแบบ On-Road DNA มาพร้อมความมันส์ออปชั่นอัดแน่นเกินไซส์ บรรจุรายละเอียดเทคโนโลยีแบบรถระดับท๊อปคลาส ดีไซน์ MUSCULAR FORWARD BALANCE การออกแบบแน่นทุกตารางนิ้ว กระทัดรัดคล่ององตัว COMPACT FACE ให้การคอนโทรคอนโทรลทิศทางง่าย พร้อมปลอดปล่อยความมันส์ไปกันคุณ


CLUTCHING ADRENALINE MSX125
ปล่อยมันออกมา
ปลุกทุกประสาทสัมผัส กระตุ้นทั้งเมืองให้ตื่น Honda MSX125 Manual Hond Clutch ให้คุณกำหนดความมันส์ได้อย่างใจ ให้ความแรงบีบรัดหัวใจจนพีค ให้ชีวิตเดิม ๆ ที่อัดอั้นได้ปล่อยความ มันส์ ออกมา เตรียมอะดรินาลีนของคุณให้เต็มร่างกาย พร้อมสูบฉีดรุนแรงอย่างไม่เคยมาก่อน ระวังอะดรินาลีนจะหมดตัว



 LED TAILLIGHT
ไฟท้ายแบบ LED อารามณ์รถสปอร์ตคันหรู เท่โดดเด่นเห็นแต่ไกล


 ENGINE STOP SWITCH
สวิตซ์หยุดการทำงานของเครื่องยนต์ เพิ่มความมั่นใจและความปลอดภัยในการขับขี่ยิ่งขึ้น



 MANUAL HAND CLUTCH
แมนนวลคลัทชืมือ ติดตั้งความมันส์มาตั้งแต่กำเนิด ตอบสนองความแรงได้อย่างใจ สอดคล้องการทำงานสั่งตรงไปยังเครื่องยนต์ 125cc PGM-Fi รีดพลังความแรงได้ตามต้องการควบคุมทุกจังหวะความมันส์ให้อยู่ใจกำมือ


 REAR MONO SUSPENSION
โช็คหลังเดี่ยว ทรงตัวเยี่ยม


 FRONT-REAR DISK BRAKE
ดิสก์เบรกหน้า-หลัง มั่นส์..มั่นใจ


ENGINE POWER 125cc PGM-Fi
เครื่องยนต์ 125cc 4จังหวะ ระบบหัวฉีด PGM-Fi ให้อัตราเร่งแรงได้อย่างใจ ไอเสียสะอาด



 SPORTS PERFECTION ROLLING
WITH 12" CAST WHEEL AND WIDE TIRE
ล้อแม็กอลูมิเนียมลายใหม่ ขนาด 12 นิ้ว มาพร้อมกับหน้ายางกว้างพิเศษสุด ทั้งหน้าและหลัง ให้การขับขี่อารมณ์รถบิ๊กไบค์แนว Street ยุกใหม่


 COMBINED-PROJECTOR HEADLIGNT
โคมหน้าโปรเจ็คเตอร์ โชว์เหนือด้วยหลอดฮาโลเจนแท้ เท่ ท้าท้ายทุกสายตา



 UPSIDE-DOWN SHOCK ABSORBER
โช้คคู่หน้าแบบหัวกลับ ซับทุกแรงกระแทก ลดแรงสั่นสะเทือน ทรงตัวดีเยี่ยม แม้ขณะเข้าโค้ง ควบคุมทุกการขับขี่สมูท มันส์เหนือใคร



ABSOLUTE DIGITAL METER
หน้าปัดเรือนไมล์แบบดิจิตอล แสดงผลแม่นยำ รีพอร์ตความมันส์ ชัดเจน


ข้อมูลทางเทคนิค : Specification


ขอบคุณ : http://www.msxthailand.com/02-msx125/index.php

โช้ค แบรนด์ทางเลือก ดีมั๊ย

โช้ค แบรนด์ทางเลือก ดีมั๊ย ในที่นี้หมายถึง  โช้คแบรนด์แปลก ๆ ที่เราไม่ค่อยคุ้นหู และสังเกตุได้ว่า  รูปแบบโช้ค และหน้าตา จะเหมือน ๆ กัน ในหลา...